Monday, October 31, 2005

ไม่มีหัวข้อได้แมะ

*** อะแฮ่ม ไม่ได้เข้ามาอัพนานพอสมควร จะเข้ามาอีกทีก็ต้องวางท่ากรุ่มกริ่ม อิ่มเซ็กส์อย่างนี้แหล่ะ

ก่อนอื่นขออัพเดตนี้ดส์เนิง ฮายสปีดกูในที่สุดก็กลับมาใช้งานได้ตามเดิม ขำมากตอนที่กูโทรไปวีนที่บริษัทมัน อีพนักงานมันบอกว่าสาเหตุที่เน็ตหลุดบ่อยมีอยู่สามสาเหตุ หนึ่ง สายโทรศัพท์ไม่ดี สอง โมเด็มมีปัญหา สาม คอมพิวเตอร์มีไวรัส ซึ่งกูไม่เชื่อว่าจะเป็นสองข้อแรกเพราะก่อนหน้านี้ก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาอะไร อีพนักงานมันก็พูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกราวกับว่าได้รู้ว่ากูติดเชื้อไข้หวัดนก

"ตรงนี้ขอฟันธงเลยนะคะว่าเครื่องของคุณโดนไวรัสแน่ๆ ค่ะ ไม่ได้เป็นที่เซิร์ฟเว่อร์ของทรูแน่นอน"

จ้าาาาาาาาแม่คุณ มึงเป็นอีหมอลักษณ์หรอถึงได้มาฟันธงกะกูแถวนี้ เห็นเพื่อนกูที่ทำงานอยู่ที่เดียวกะมึงเพิ่งบอกกูหยกๆว่ามันเป็นที่เซิร์ฟเว่อร์ของบริษัทมึงเอง แหม ไม่ค่อยจะโทษลูกค้าเลยนะคะคุณ กูสแกนคอมกูจนจะปลิ้นฮาร์ดดิสก์ออกมาดูแล้ว ไวรัสสักตัวก็ยังไม่เห็นหัว อีเฟ่ย!!!

*** วันนี้ไม่ได้ไปทำงาน เพราะสลับวันหยุดกะเพื่อนร่วมงาน ส่วนเหตุผลที่ทำไมทำแบบนั้นก็อย่ารู้เลยแล้วกัน แค่เข้ามาอ่านบล็อกชั้นนี่ก็สอดรู้สอดเห็นมากพอแล้ว จะเอาอะไรกับชั้นอี๊กกกก

แต่เอ...วันนี้เราทำอะไรไปบ้างนะ เราลองมาไล่เีรียงกันดูดีกว่า

เวลาที่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้: 10.30 am.

เวลาที่แงะตัวออกจากที่นอน: 12:30 pm.

เผอิญอีลูกทรพีคนนี้มันนัดแม่มันไว้ตอนบ่ายหนึ่งตรงที่เอ็มโพเรี่ยม แต่ดูมันสิ คงนึกชะล่าใจว่ายังไงแม่มันก็ต้องรอมันอยู่ดี ไม่ว่าอีลูกอกตัญญูคนนี้มันจะมาเลทแค่ไหน แต่เอาเถอะ ที่ชั้นนัดแม่ไว้ที่เอ็มโพเรี่ยมก็เพื่อที่จะไปสมัครร่ำเรียนภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาผัวน้อยของชั้นเอง (ผัวตามกฎหมายคือภาษาอังกฤษ) ที่ซอยสุขุมวิท 29 (ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องนัดเจอกันที่ห้างที่ว่าในเมื่อมันต้องเดินไปอีกตั้งไกลพอสมควร) ด้วยความที่คนอย่างอิชั้นนั้นเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ปลาไหลอุนาหงิ อิชั้นจึงคิดว่าสมัยนี้เก่งภาษาต่างประเทศเพียงภาษาเดียวนั่นไม่พอทำมาหากินซะแล้ว ดังนั้นเพื่อเพิ่มศักยภาพของตัวเอง (และเพื่อเพิ่มฐานลูกค้าทางโซนเอเชีย) ดิชั้นจึงคิดอุกอาจกระทำการดังที่กล่าวไว้ในข้างต้น กระบวนการสมัครทั้งหมดกินเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง เพราะแค่กรอกข้อมูล+จ่ายเงิน ดิชั้นก็เดินตัวเบา (เพราะเงินหมด) ออกมาจากสมาคมแห่งนั้น เอาล่ะอีกสี่อาทิตย์ชั้นจะมาเยียบที่นี่ใหม่ในฐานะนักเรียนที่จัดว่ามีนิสัยและหน้าตาน่ารักเอาการทีเดียวล่ะ

เมื่อกี้เป็นภาพแฟลชแบ็ค ตอนนี้ตัดภาพมาอีกที ณ ห้างหรูกลางใจเมือง สองแม่ลูกเดินจับมือกระโดดแกว่งไกวเปียปอยผมเดินวินโดว์ชอปปิ้งกันอยู่

ผู้เป็นลูก: มาม มาม เอาหลุยส์รุ่นนี้มะ ออกใหม่เลยนะ โน้ตดูในเน็ตเมื่อคืน รุ่นนี้กำลังอินเทรนด์ น้องมิ้น (น้องสาว) โทรมาบอกว่าที่โซโหเค้าเดินถือกันเต็มเลย

ผู้เป็นแม่: ไม่ดีกว่ามั้งลูก แม่ว่าหลุยส์มันเกร่อจะตาย ดูแถวบ้านสิ แม่ค้าขายส้มตำก็ใช้หลุยส์รุ่นดอกซากุระ ส่วนลูกสาวมันที่เรียนราชภัฎวิบูลย์สงครามก็ใช้กุชชี่รุ่นเมสเซ็นเจ่อ ยี่ห้อดาดๆ แบบนั้นเราปล่อยให้คนดาดๆ เค้าใช้กันไปเถอะ

ผู้เป็นลูก: งั้นไปดูเบอร์เบอร์รี่ก็ได้ โน้ตอยากซื้อผ้าพันคอกะหมวกไว้ไปแต่งแข่งกะพวก ช้าฟส์* แถวๆแถบลอนดอนมิดเวสต์

ผู้เป็นแม่: โอเคจ้ะ แม่เห็นด้วย แม่ก็อยากได้ร่มเบอร์เบอร์รี่ไปใช้เหมือนกัน ช่วงนี้ฝนตกบ่อย ร่มแบรนด์อื่นก็เกรงว่าคงกันฝนได้ไม่ดีเท่า

อู้ยยย ตอแหลกันเจงๆ อีแม่ลูกผูกจิตร เปอร์รี่วิตผูกใจ คู่นี้ ชั้นรู้ทันนะว่ามาเก็บข้อมูลแล้วแอบจดยี่ห้อกะรุ่นใส่โพสต์อิตฝากคนข้างบ้านที่ไปฮ่องกงบ่อยๆ ให้ซื้อของก็อปมาให้…

จริงๆ แล้วมาที่นี่เพื่อจะมาซื้อตุ๊กตาบาร์บี้ให้หลานสาวมันสักตัวนึง มันส่งเสียงตามสายมาบอกว่า

“อาโน้ตตตต เอินอยากได้ตุ๊กตาบาร์บี้ บี้ บี้ บี้ บี้” (เสียงมันเอ่คโค่หลอนอยู่ในโสตประสาท เหมือนอีชัคกี้ผีเด็กยังไงยังงั้น))

*** โอเค ถ้าอยากได้อาที่แสนดีคนนี้จะจัดให้ แต่แหม อีเอิน จะเล่นของเล่นทั้งทีเอาซะไฮโซเลยนะแก แล้วอีตุ๊กตาหน้าสวยใสไร้สติแบบอีบาร์บี้นี่ก็โคตรจะประเทืองปัญญาเลยนะ แต่เอาเถอะนานๆ ทีเนอะ ไม่ได้ให้กันบ่อยๆ ซะหน่อย อย่างที่ชั้นพร่ำบอกเสมอว่าการให้นั้นสุขใจมากกว่าการรับ (แต่ถ้าให้ไปแล้ว บางทีมีอะไรตอบแทนมาก็ดีเหมือนกัน แบ่บ แอบหวังผลประโยชน์อะค่ะ โตขึ้นมันจะได้ซื้อเทริยากิเซ็ตของฟูจิมาเยี่ยมชั้นที่บ้านบางแค 555) โอววว พระช้าววว เบื้องหน้าชั้นกะแม่มีชั้นวางตุ๊กตาบาร์บี้อยู่เต็มไปหมด

ตื่นตา ตื่นใจมั่กๆ


*** แต่ว่าไม่ได้นะ ขนาดตุ๊กตาบาร์บี้เค้ายังมีแบ่งเป็นชนชั้นวรรณะเลยคู้นนน ชนชั้นไฮโซจะถูกจัดวางไว้บนชั้นสูงที่สุด เกินความสามารถเด็กเก็ตโต้คลองเตยจะเอื้อมมือหยิบลงมาเชยชมได้ อีพวกที่อยู่ชั้นไฮโซก็ไฮโซสมชื่อทั้งราคาและเครื่องนุ่งห่ม คือแต่ละตัวมันจะแต่งกายด้วยชุดที่เหมือนกับก็อปมาจากชุดนางโชว์ที่อัลคาซ่า อู้ฟู่ อ้าซ่า อลังการอะไรมากมายก็ไม่รู้ ซื้อไปคงไม่ได้เล่นอะ ต้องเอาไปตั้งโชว์ให้ฝุ่นเกาะซะงั้น หลานเอินจ้ะ รอให้อาขอวีซ่าผ่านแล้วได้ไปขายตัวแถวๆ แถบกินซ่าได้ก่อนนะจ้ะ เดี๋ยวจะเหมาซื้อให้ทั้งชั้นเร้ยยยย

ภาพตัวอย่างบาร์บี้กะหรี่อัลคาซ่าร์

พอแม่เห็นลูกชายหัวแก้วหัวโปกของตัวเองกำลังน้ำตาคลอหน่วยบรรจงเรียงกล่องอีบาร์บี้นาง

โชว์สัดหมาทั้งหลายนี้กลับเข้าที่ แม่ก็รู้ทันว่าอะไรเป็นอะไร จึงเดินมากระซิบบอกเบาๆ ว่า

((โน้ตลู่ก ถ้าอีพวกกะหรี่บาร์บี้แถวบนมันสูงส่งเกินคนชนชั้นกลางอย่างเราๆ จะอะฟอร์ดได้ ก็ไม่ต้องไม่สนใจมันหรอก ดูแถวล่างๆ สิลูก สวยไม่แพ้อีพวกนั้นเลย ราคาก็ย่อมเยาว์กว่ามาก))

แม่คิดต่อในใจ - --> (เงินที่เหลือลูกจะได้เอามาซื้อลิปสติกคลีนี้กให้แม่ไง)

*** อืมมม แม่ชั้นฉลาดคิดหน้าคิดหลังรอบคอบเหมือนชั้นไม่มีผิดเลยเนอะ ภูมิใจจัง คิดแล้วอิชั้นก็จัดแจงเอาผมทัดหู ปาดน้ำตา (เพลงแด่เธอผู้ไม่แพ้ ดังขึ้น) เดินไปดูบาร์บี้วรรณะเกือบจะจัณฑาลคือราคาย่อมเยาว์เพียงสองร้อยไปจนถึงสามร้อยปลายๆ เท่านั้นเอง!! (ก็ยังแพงอยู่นะเนี่ย ซื้อซีดีแถวสีลมได้ตั้งสามแผ่น) อืมม ดูๆ ไปอีนังพวกนี้มันก็สวยไม่ใช่ย่อยนะเนี่ย มีทั้งแบบ บาร์บี้ไปงานเต้นรำเป็นครั้งแรก บาร์บี้ไปเรียนขี่ม้า บาร์บี้เล่นวินด์เซิร์ฟ บาร์บี้ชุดมีผัวเลี้ยงลูก หยั่งงี้อีแถวไฮโซเมื่อกี้มันต้องมีบาร์บี้ชุดฝึกพ่นลูกปิงปอง ฝึกเปิดขวดแน่ๆ เลยว่ะ

*** สักพักนึงผ่านไป อิชั้นก็ตัดสินใจเอารุ่นที่ถูกที่สุด ถึงราคาจะถูกแต่ก็ดูมีสกุลรุณชาติมากมาย โดยใส่เสื้อสูททวี้ดสีชมพูถอดแบบมาจากห้องเสื้อโอ กูตูร์ชาแน่วยังไงยังงั้น เท่านั้นยังไม่พอ ยังแถมหวีสีชมพูแปร๊ด ซึ่งกูก็จนปัญญาจะคิดได้ว่ามันแถมมาให้คนเล่นหรือให้อีบาร์บี้เอง ค่าที่มันใหญ่เกินกบาลอีบาร์บี้ แล้วก็เล็กเกินว่าจะใช้หวีบนหัวมนุษย์มนาอย่างเราๆ ได้ แต่ดูภาพรวมแล้วเริ่ดหรูมาก เหมือนเป็นของเล่นที่แม่ของอีแพรีสซื้อให้มันเล่นตอนมันประจำเดือนมาครั้งแรก

*** สรุปว่าวันนี้สิ้นเงินไปมากโขอยู่ แต่ก็ไม่ได้จับจ่ายอะไรไปอย่างไร้สตินะยะ รู้สึกดีมากที่ได้ซื้อของให้หลาน แต่ถ้ายังไงเอินมันโตขึ้นมาแล้วแรดก็อย่ามาโทษอีอาคนนี้แล้วกันนะ คนจะแรดมันไม่ใช่เพราะเล่นบาร์บี้หรอกชิมิค่ะ

ปล. อยากจะบอกว่าเมื่องานทำงานมีความสุขมาก เนื่องจากมีนักเรียนน่ารักขวัญใจอิชั้นมาเรียนพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายถึงสามคน มีความสุขจนถึงขั้นซัมบูร์ฟูฟ่องจนเกือบฟินและผิวปากฮัมเพลง รักนะ แต่ไม่แสดงออก ดังไปทั่วทั้งตึกที่ทำงาน
ซัมบูร์คืออะไร ฟินคืออะไร เชิญค้นหาคำตอบที่นี่ได้่โดยพลัน

http://pinku.uptogu.com/diary/?date=2005-10-27&page=1

* ช้าฟส์ (chavs) คือกลุ่มวัยรุ่นในอังกฤษที่นิยมใส่ Burburry และกางเกงวอร์มเหมือนเรียนจะไปเรียนพละ ตบท้ายด้วยหมวกเอียงๆ เปรียบได้คล้ายๆกับเด็กแนวในประเทศแถวๆนี้ พวกนี้ได้รับขนานนามว่าเป็น The new ruling class of UK ถ้าอยากรู้เรื่องมากกว่านี้ก็ไป search หาข้อมูลกันเอาเอง อย่ามัวแต่รอแต่จะให้คนอื่นเค้าป้อนข้อมูลให้ ไป๊


ตัวอย่างกลุ่มช้าฟส์เพศชาย
้้
ตัวอย่างกลุ่มช้าฟส์ชะนี

ตัวอย่างช้าฟส์กลุ่มสาวประเภทสอง อีวิคขี้ขวัญใจชั้นเอง

Saturday, October 22, 2005

ของงี้ห้ามได้ซะเมื่อไหร่คะคุณ



อีกยี่สิบนาทีตีสี่ กะหรี่กลับบ้าน

ทำไมกูยังไม่หลับไม่นอน ได้ข่าวพรุ่งนี้ต้องไปหาหมอแต่เช้า

นอนดึกจนเคยตัวใหญ่แล้วนะมึงหนิ

เก๊าะแหม สามีอยู่ประเทศนอกอันไกลโพ้น จะคุยกันแต่ละทีอีคนคนนี้ก็ต้องเป็นคนที่เสียสละนั่งถ่างตาสู้กะแสงยูวีที่จอคอมมันแผ่ออกมาทั้งคืน

อย่าหวังเลยว่าจะมีอะไรใหม่ในบทสนทนา นอกจากจะหาเรื่องทะเลาะกันไปคืนๆ (ไม่ได้คุยตอนกลางวันหนิ)

เพื่ออะไร ไม่เข้าใจ
เรียกร้องความสนใจ?
ใช่แน่ๆ กูว่า

อยู่ทางโน้นก็สุขสราญไปสิ ไปเที่ยวเข้าไปสิ ไม่ต้องแคร์กูหรอก กูแค่ตั้งหน้าตั้งตารอจะคุยกะมึงมาทั้งอาทิตย์แค่นั้นเอง พอกูมีวันหยุด มึงก็จะไปเที่ยวกะเพื่อน พอจะร่ำร้องอ้างสิทธิ์ในตัวมึง กลับย้อนกูว่าทำไมต้องห้ามไม่ให้มึงไปเที่ยวกะเพื่อนด้วย

อีเชี้ย กูไม่ได้ห้าม แต่กูไม่เคยขอร้องให้อยู่แชตกะกูสักกะครั้ง แต่สามัญสำนึกอะมีบ้างมะ เอาใจกูไปใส่ใจมึงบ้างก็ดีนะ กูท้าให้ลอง

เซ็งชิบหาย

เคยนับมะว่าตั้งแต่เกิดมาเนี่ย ร้องไห้ให้กับความเชี้ยของผู้ชายไปเท่าไหร่แล้ว กูว่าเผลอๆ น่าจะมากกว่าร้องไห้ให้พ่อให้แม่อีกนะ

**สิ่งที่แอนนอยกูที่สุดวันนี้**

ก. ไฮสปีดของทรู อีดอก ค่าบริการก็ไม่ใช่ถูกๆ ทำไมมันหลุดบ่อยอย่างนี้ล่ะมึง ต่อได้ห้าวิ หลุดอีกแล้ว ขนาดกูโทรไปวีนแล้วนะ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้จะโทรไปขู่วางระเบิดตึกแม่ง

ข. อีไวรัส โทรจัน ความพยายามมึงจะสูงส่งอะไรล่ะ คอมกูมันมีแอนตี้ไวรัส มึงก็รู้ดีอยู่แก่ใจ รู้ว่าเจาะยังไงก็เจาะเข้ามาไม่ได้ก็ยังจะดันทุรังอีกหน่ะ อีควยหนิ มันน่ารำคาญรู้มั้ย อีแอนตี้ไวรัสมันขึ้นมาเตือนกูทุกๆ สองสามวินาทีเลยว่ามึงพยายามจะเจาะเข้ามา เลิกเถอะมึง ไม่งั้นก็ไปเจาะคอมเครื่องอื่นก็ได้ กูล่ะสมเพชไวรัสหน้าโง่อย่างมึงจิงๆ ชาตินี้คงไม่มีวันได้อัพเกรดไปเป็นเชื้อโรคเก๋ๆ ร้ายๆ อย่างไวรัสตับอักเสบบีได้หรอกมึงอะ

**สิ่งที่ทำให้กูอารมณ์ดีที่สุดวันนี้**

ก. ไดของน้องพิ้งค์ที่แสนจะฮาร์ดคอร์ถูกใจคนเถื่อนๆ อย่างกูเป็นอย่างยิ่ง ใครที่รู้ตัวว่าเถื่อนเหมือนกัน นิมนต์นะคะที่ http://pinku.uptogu.com/diary/
(อิชั้นติดความหยาบคายมาจากที่นี่แหล่ะคู้นนนน)

ของน้องเค้าดีจิงๆ ใช้ดีจึงบอกต่อ

Thursday, October 13, 2005

ผีจีสตริง สิงง่ามตูด / G-String Dilemma

+ = ?

นี่ๆ รู้มะว่าแป้งตบหน้าชีเน่ ออยล์ ฟรี เค้ากำลังมีโปรโมชั่นพิเศษอยู่นะ

ซื้อแป้งตบหน้าหนึ่งตลับแล้วแถมกางเกงในจีสตริงลายลูกไม้หนึ่งตัว (!!!)

ถ้าไม่เชื่อไปดูให้เห็นกับตาเอาเองที่ร้านวัตสันหรือบูตส์ใกล้บ้านท่าน


ใครก็ได้บอกชั้นทีว่ามันเกี่ยวกันตรงหนายยยยยยย ****


G-String Dilemma>>

**Fancy a free pair of G-string? If so, make your way to the nearest Watson or Boots now. Once there, look for Sheene Oil Free Powder then you’ll understand why…

The aforementioned powder comes with a free fair of G-string! How generous!! This little piece of news was imparted to me during work today. Someone at work (name withheld) came up to me and showed me the powder compact in question attached with a curious-looking piece of chiffon cloth wrapped in a plastic bag. She told me when she first saw it, she thought it was some kind of a scrunchy or a pouch to put the compact in until she saw the small sticker on the wrapping that says “Free G-String” in bold shocking pink. Ka-waii-ne! かわいいね!

What were they thinking!?

I failed to see the relation between a face powder and a pair of G-string. What’s the logic behind this promotion? Imagine a young girl of fourteen, who’s just reached puberty, walking in Boots in the hope of getting a nice compact for herself and instead coming across this thoughtful little free gift!

Well, a girl has to learn, doesn’t she?

So anyway, if you’re interested, run to the nearest store and see it with your own eyes. Oh, don’t forget to enlighten me how functional and soft it is (though by the look of it it looked as though it could be a bit of an itch!).

If you don’t want it, please mail it to me. Also make sure that it’s unworn and void of any skid marks….

Ta.


"It took a very special friend to recover the missing G-String"


Tuesday, October 11, 2005

วันหยุด / Driven


ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่าเนื้อหาอันนี้กะข้างล่างไม่เหมือนกันนะ ดังนั้นอย่าขี้เกียจตัดช่องน้อยแต่พอตัวอ่านเฉพาะภาษาใดภาษาหนึ่งเท่านั้น อ่านอันนี้จบก็จง scroll ลงไปอ่านข้างล่างด้วย อุตส่าห์เขียนมาให้อ่านทั้งที คนอัพเหนื่อยค่ะ เอาสาระดีๆ (หรอ) มาให้ ก็จงรับกันไป เอาเถอะค่ะ อย่าขี้เกียจ เกิดเป็นคนทั้งที ฝึกสมองไว้ซะบ้างเดี๋ยวมันจะฝ่อไปซะหมด อุ้ย ปากจัดจริงเรา เข้าเรื่องดีกว่า
วันนี้อยู่บ้านฮ่ะ ถึงได้มีเวลามาอัพบล็อกสักที ปล่าวค่ะปล่าว หนูไม่ได้โดดงานนะ วันนี้วันหยุดจิงๆ พอดีที่ทำงานเค้าใจดีให้วันหยุดเพิ่มอีกหนึ่งวัน จะได้มีเวลาพักผ่อนและก็ไปทำอย่างอื่นเหมือนชาวบ้านเค้าบ้าง ดีจายเจงๆ เรย หลังจากที่นอนจนเต็มอิ่มแล้ว ตอนเที่ยงๆ ก็จัดแจงลุกจากที่นอนมาโยคะ (โกหก) เสร็จก็อาบน้ำแต่งตัวเป็นเด็กแนวสวยๆ ไปสยาม ป่าวค่ะ มิได้ไปช้อปปิ้งแต่อย่างใดแต่ไปกดสิวฮ่ะ เมื่อวันเสาร์ที่แล้วไปกดมาแล้วทีนึง ก็ไม่เห็นเจ็บอย่างที่นางพยาบาลมันขู่ไว้ ชั้นก็อู้ยยยไม่เห็นจะเจ็บเรยเธอ วันนี้จึงเกิดอาการอยากลองของจะไปกดอีก สงสัยชีวิตชั้นขาดความเจ็บปวดทางร่างกาย (แต่ใจอะ เจ็บอยู่ประจำ ฮิ้ววววววว) ไปถึงเคาเตอร์ก็หย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ บรรจงถอดหูฟังไอพ็อด แล้วเอาผมทัดหู...
“มากดสิวอย่างเดียวค่ะ” ข้าพเจ้ากล่าว
“ถ้าเจ็บทนไม่ไหว บอกนะคะ”
(อู้ยย จ้าา เคยมาทำแล้วค่าคุณ รีบๆ ทำเถอะค่ะ ชิวๆ)
ครึ่งชั่วโมงต่อมาดิชั้นนอนน้ำตาไหลอยู่บนเตียงกดสิว เชี้ยเอ้ยยยยย เจ็บชิบหายเรย จะร้องบอกนังพยาบาลว่าให้หยุดทำก็ไม่กล้า เพราะไปปากเก่งกะเค้าไว้ เดี๋ยวเสียฟอร์มเด็กแนวหมด ดิชั้นรีบเดินออกมาจากสถานที่แห่งนั้นโดยมีทิชชู่ห่อก้อนน้ำแข็งประคบใบหน้าอยู่โดยพลัน โอ้โห เจ็บมากๆ เรยอะ วันนี้เลือดไม่ค่อยออกแต่เจ็บ เสาร์ที่แล้วเลือดออกเยอะ แต่ไม่ยักกะเจ็บหว่ะ ตอนแรกว่าจะกลับบ้านเอาหน้าช้ำๆ ไปซุกหมอน หอนแข่งกะหมา แต่ไม่ค่ะ สาวมั่นอย่างเดี๊ยนอยู่ที่สยามแล้วจะไม่เดินชมผู้คนซะหน่อยมันก็จะเสียที เสียดายอุตส่าห์แต่งตัวซะเริ่ด ก็ไม่ได้ทำอะไรดราสติกนะค่ะ แค่ไปซื้อดีวีดีกะซอฟแวร์แค่นั้นเอง แต่อายจังเลย วันนี้มีคนสบตาด้วยตั้งเยอะ ก็ไม่รู้ว่ามันมองหน้าผากกะแก้มที่ช้ำเลือดช้ำหนองหรือว่าชั้นน่ารักน่าเอ็นดูก็ไม่รุ (ไม่ต้องเสือกตอบให้กูนะ) เมื่อกี้ช่างสายัณห์มาซ่อมยูบีซีให้เพราะว่ามันไม่ค่อยชัด อีห่า ของเถื่อนก็เงี้ย ฝนตกนิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่ชัดซะแล้ว แต่ดีนะที่อะคาเดมี่มันจบไปแล้ว ไม่งั่นเดี๋ยวคุณสายัณห์เค้ามานั่งตินั่งวิจารณ์อีก วันนี้แค่นี้ก่อนค่ะ เดี๋ยวจะไปซื้ออาหารเย็นรับประทานแว้ววววววว

ปล. นี่ๆ แกรู้มะว่ามิวสิค Tripping ของ Robbie Williams อะ อี Robbie มันจะวิ่งไปหาใครไม่ทราบ วิ่งมันทั้งเรื่องเรย อย่างนี้เข้าข่ายเอ็มวีลูกหลานเด็กหญิงวัลลี (อย่างที่หนังสือปอปเค้าว่าไว้) คือวิ่งแม่งไปเถอะค่ะ วิ่งอดวิ่งทนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจบเพลง เหมือนกะเพลง Fix You ของ Coldplay ไง เพียงแต่คุณคริสเค้าเดินบ้างวิ่งบ้างแล้วแต่อารมณ์ติสท์ๆ ของแก แต่สงสัยจังเลยว่าทำไมไม่นั่งรถเมล์ นั่งทยู้บไปก็ได้หนิค่ะ จะไปเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ๆทั้งที นี่ถ้าเป็นเจ่เจ่จะโทรเรียกรถลิมูซีนประดับด้วยกุหลาบขาวห้าร้อยดอก (เหมือนเจโล) และก็ลูกหมาน่ารักๆ อีกหนึ่งตะกร้าเอาไว้กิน เอ้ย เล่นระหว่างทาง (เหมือนอีมาราย์)จากต้นสังกัดให้มารับไปที่คอนเสิร์ตซะให้รู้แล้วรู้รอด นี่ยัยเกว็นเน็ตไม่ได้สอนวิธีทำตัวเป็นเซเลบริตี้เรื่องมากบ้างหรอไงก็ไม่รุนิ



**While I was flicking through my not-so-legitimate cable TV channels the other day, I came across this very interesting show on VH1 called “Driven”. The show then featured the uber hot (somebody else’s opinion) Russian tennis player, Anna Kournikova. It was basically about how ‘driven’ Anna was and how even more driven her mom was in order to push her daughter to the top and remain there.

Before we go on any further, I just want to say that prior to my watching this show, I never thought of this racquet queen to be more than just a sport woman-cum-celebrity who managed to attract a lot of media attention by dating sexy, moled Hispanic Kike (pronounces ki-kay) or more commonly know as Enrique, as well as constantly showing what should be in her tennis skirt on magazine covers. However, after having sat through 45 minutes of sweaty Kournikova prancing around the court under the watchful eye of her mother, I started to admire her fierce determination. Then I asked myself, “Am I driven?” As much as I’d like to think that I am, the feeling is still very vague. Don’t I have any determination at all? If I do, where is it? When was the last time I really wanted something and was motivated enough to pursue it? I want to ask all of you the same questions. Do we just live our lives from day to day? What is the challenge of today, hanging up all your laundry in an orderly fashion?

Well, after a few moments of contemplation, I came up with a new challenge of mine: Learning Japanese. I’m not going to waste time rambling why (but if any of you ever want to know, feel free to ask me in a comment). As you know, Japanese is arguably the most difficult language in the world hence the challenge. My goal is this, by December 2006, I’ll, finger-crossedly, have learned enough to take the Jap version of TOEFL (JLPT: Japanese Language Proficiency Test). I’m hoping to take 三級 (level 3, upper beginner), which requires the knowledge of 300 kanji, 1,5oo words and 300 hours of study....

The dare is on!!

If you’re beginning to feel that your life is dull, what are you waiting for? Find something to do, there are loads of activities out there you can do. Take belly dancing class or, if you lack the expertise, you can even try the art of fellatio class. Just whatever you’re interested in. Challenge yourself. Life is fun yet short so make the most of it!

Tuesday, October 04, 2005

Married With Children


เพลงนี้ก็ประมาณว่าแอบด่าแอบกัดอีคนข้างกายเรานั่นเอง ก็แหมคนเราจะให้รักกันตลอดเวลามันก็น่าเบื่อ ม้วนเสื่อกลับบ้าน บางทีมันก็มีโหมดรำคาญกันบ้าง เกลียดกันบ้าง ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจจนอยากจะไล่ตะเพิดมันให้ไปไกลๆ เกิดอารมณ์พิศวาสขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ตามที่เนื้อเพลงเค้าว่าไว้ว่า I know that I will be right back here with you... คือสุดท้ายก็ต้องกลับไปซบอกเค้าเหมือนเดิม คนเรานี่ก็เนอะปากดีไปงั้นแหล่ะวุ้ย เอาเข้าจิงๆ ก็ทิ้งเค้าไม่ลง (ในที่สุด เราก็จะเป็นคนที่ถูกเค้าทิ้งแทน 555)

This is one of my long-lost favourite songs ever!! Read the words and you'll see why!

*Married With Children - Oasis *

There's no need for you to say you're sorry
Goodbye I'm going home
I don't care no more so don't you worry
Goodbye I'm going home

I hate the way that even though you
Know you're wrong you say you're right
I hate the books you read and all your friends
Your music's shite it keeps me up all night

There's no need for you to say you're sorry
Goodbye I'm going home
I don't care no more so don't you worry
Goodbye I'm going home

I hate the way that you are so sarcastic
And you're not very bright
You think that everything you've done's fantastic
Your music's shite it keeps me up all night

And it will be nice to be alone
For a week or two
But I know that I will be
Right back here with you

There's no need for you to say you're sorry
Goodbye I'm going home
I don't care no more so don't you worry
Goodbye I'm going home

I hate the way that even though you
Know you're wrong you say you're right
I hate the books you read and all your friends
Your music's shite it keeps me up all night...


sucha cool song no?

กวนตีนดีมั้ยล่ะ




*~Top Five On My iPod ~*
Cafe de Flore - Doctor Rockit
Married With Children - Oasis
War of Nerves - All Saints
Maybe It's Just Me - Butch Walker
On Top - The Killers

Sunday, October 02, 2005

Sponsored By...


เร่กันเข้ามาเร้ววววว วันนี้จะมาตั้งวงนินทานักเรียนอีกแล้ว ก็นะคะนักเรียนที่มาเรียนก็ร้อยพ่อพันแม่ แหว่งแหจับปลามากๆ มีตั้งแต่เด็กประถมไปจนถึงคุณยายชาวญี่ปุ่นซึ่งมักจะตีอกชกหัวตัวเองทุกครั้งเมื่อแกออกเสียงภาษาอังกฤษผิด แต่นักเรียนดีๆ เราจะไม่เอามาเผากันหรอกชิมิแคะ เราจะประจานกันแต่นักเรียนที่ชอบสร้างปัญหา กินราดหน้าไม่จ่ายเงิน

คราวนี้เราจะมาศึกษาพฤติกรรมของเหล่านักเรียนที่เราเรียกว่า “นักเรียนสปอนเซอร์บาย” คงพอจะเดาได้นะคะว่าเป็นคำยืมมาจากภาษาอังกฤษว่า sponsored by ถ้าจะให้ขยายความอีกหน่อยก็คือ มีสปอนเซอร์เป็นชายหนุ่มเผ่าพันธุ์คอเคเชี่ยน หลากหลายอายุขัยมาเป็นคนให้ทุนการศึกษา ช้าก่อน อย่าเข้าใจผิดไปนะคะว่าตัวชั้นมีอคติกับนักเรียนพวกนี้ แต่นักเรียนบางคนมันก็ทำตัวให้ดิชั้นอดมีอคติไม่ได้ เอาล่ะค่ะ without further ado ขอแนะนำให้รู้จัก ออหรี่ขี้อวด นามแฝงว่าบัว (แล้งน้ำ) อีบัวเนี่ยนะคะ ตอนแรกๆ ที่ได้รู้จักมักจี่กันเนี่ย ก็ดูเป็นคนที่มีอัธยาศัยดีอยู่หรอก คือคุยกันพอเป็นมารยาท แต่พอชั้นให้ความสนิทสนมด้วย อีบัวมันก็เริ่มยกมือเรียกชั้นไปถามถี่ขึ้น พอถามเสร็จเจ่แกจะโยงเรื่องการบ้านเข้าเรื่องส่วนตัวแกได้อย่างโพรเฟสชั่นน่อลมากๆ ไอ้เราก็ตกหลุมพลาง ยื่นนิ้วกลางให้อีบัว ยืนฟังมันพล่ามอยู่เป็นนานสองนาน อีห่ากูก็เมื่อยนะเฟ้ย ต้องมายืนฟังมึงเล่าเรื่องของตัวเองอยู่นั่นแหล่ะ ชั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายหรอก ช่วงแรกๆ ถือว่าเออ เค้าคงไม่มีที่อื่นจะระบาย มีอยู่วันนึงเจ่แกเอารูปสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของอังกฤษที่แกปริ๊นท์ออกมาจากอีเมล์ที่สะมีแกส่งมาให้ เอามาโชว์กู (แล้วมันเรื่องอารายยยยจะต้องมาโชว์) แล้วก็เม้าๆ มาเนี่ยเดี๋ยวจะไปทาวเว่อออฟลอนดอนนะ อุ้ย เดี๋ยวไปบั๊คกิ่งแฮมด้วย (ไปฟั๊คกิ่งแฮมก่อนเถอะมึงอะ) กูนั่งดูไปแล้วก็แบ่บ อารายเนี่ย จะไปก็เรื่องของมึงสิ จะมาป่าวประกาศทำด๋อยอะไร และแล้วมันก็หายไปประมาณสองสามอาทิตย์ (ซึ่งช่วงนั้นห้องแล็บที่ชั้นทำงานอยู่สูงขึ้นอีกหลายเซ็นติเมตร) แต่ในที่สุดเจ่แกก็กลับมาพร้อมกับอีโก้ที่เพิ่มทวีคูณเข้าไปอีก เพราะแกไปอังกฤษมาแล้ว โอ้โห มันเรียกชั้นไปเลยค่ะ....

อีบัว: เนี่ย พาส ซิมเปิ้น มันใช้ยังไงหรอ ไอด๊อนอันเดอสะแตน
ข้าพเจ้า: Ok, you use it with an action that is finished and over….
อีบัว: (ยังฟังกูพูดไม่จบเลย) ยูโน ไอ จัส คัม แบ็ค ฟรอม อิงแลน
ข้าพเจ้า: Oh really, how was it then? (หน้าเฟ้กสนใจสุดริด)
อีบัว: (เข้าทางมันล่ะ) อู้ยย เวรี่บิวตี้ฟูน พีเพิ่นอาเวรี่ไน้ ไอเว้นทูมายบอยเฟรนเฮ้า เวรี่โอล ไอสะเมวซัมติงเวรี่แบด แอนด์ไอเว้นทูเดอะบีช อิส เรนนิ่ง ไอแวร์แมนี่โคสบีคอสอิสโคล (เอานิ้มชี้หน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งมันเป็นแบบฝึกหัดการฟังที่คู่ผัวเมียจากเมกาไปเที่ยวที่อังกิดแล้วมันจะมีภาพสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆขึ้นอยู่) เนี่ยๆ ไปมาหมดแล้วนะ ไม่ว่าจะทางเหนือหรือใต้ ทะเลเค้าก็สวยนะ แต่มันไม่มีทราย มันเป็นก้อนหิน เนี่ยๆ (เอานิ้มจิ้มๆ) ตรงนี้ก็สวย
ข้าพเจ้า: หรอครับ
อีบัว: ใช่ เนี่ย ไอวิวบายเฮ้าทูนะ
ข้าพเจ้า: หรอครับ
อีบัว: เยสสสสสส แอ่นยูโน....

WHO CARES!?
สัด กูก็ไปมา ไปมาก่อนมึงอีก กูไม่เห็นต้องมาป่าวประกาศให้ชาวบ้านเค้าฟังเล้ยยยยย
แล้วขอบอกว่าอีเจ่บัวเนี่ยมันขี้เสือกมากเลยนะ เวลาชั้นเดินไปช่วยนักเรียนที่นั่งข้างๆ มันอะ มันชอบเสนอหน้าของมันมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นหรือว่ามีใครได้ดีกว่ามันหรือปล่าว ไม่ไหวนะค่ะ นักเรียนแบบนี้ ชั้นว่าชั้นมีความอดทนกะนักเรียนสูงมากๆ แต่มาเจออีนี่แบ่บเจ่ขอลาบวช สวดชิณบัญชร ตอนนี้เวลามันยกมือชั้นจะโบ้ยให้พีทีคนอื่นไปช่วยแทน ไม่ก็เดินไปช่วยอย่างเสียไม่ได้ แล้วพอตอบคำถามโง่ๆของมันเสร็จก็จะรีบเดินออกมาก่อนที่มันจะอ้าปากพรั่งพรูอะไรไร้สาระออกมาอีก

ก่อนไปวันนี้ขอตั้งโพลนะคะ ขออินเตอแรคชั่นจากคนอ่านหน่อย ช่วยกันโหวตนะคะว่าคนแบบไหนที่คุณคิดว่าน่าเอาเท้าไปลูบหน้ามันมากที่สุด




คนแบบไหนที่คุณคิดว่าน่าเอาเท้าไปลูบหน้ามันมากที่สุด


คนขี้เสือก เชือกมัดคอ
คนขี้อวด นวดสปา
คนขี้นินทา อะโรมาเธโรปี้ (ว่าแต่เค้า อีเจ้าของบล็อกเป็นเอง)
คนเห็นแก่ตัว ปาปัวนิวกินี (โดยเฉพาะผู้ชาย)



ดูผลเรยค่ะ
Power by Thaimisc.com