Sunday, January 29, 2006

So Pass Me By....


Older chests reveal themselves
Like a crack in a wall
Starting small, and grow in time
And we always seem to need the help
Of someone else
To mend that shelf of too many books
Read me your favourite line
Papa went to other lands
And he found someone who understands
The ticking, and the western man's need to cry
He came back the other day, yeah you know
Some things in life may change
And some things
They stay the same
Like time, there's always time
On my mind
So pass me by, I'll be fine
Just give me time
Older gents sit on the fence
With their cap in hand
Looking grand
They watch their city change
Children scream, or so it seems,
Louder than before
Out of doors, into stores with bigger names
Mama tried to wash their faces
But these kids they lost their graces
And daddy lost at the races too many times
She broke down the other day, yeah you know
Some things in life may change
But some things they stay the same
Like time, time, there's always time
On my mind
So pass me by, I'll be fine
Just give me time,
Time, there's always time
On my mindPass me by, I'll be fine
Just give me time...
Damien Rice

Saturday, January 28, 2006

CONGRATULATIONS MISS THING!!




อีชน วันดีของเพื่อน มึงห้ามแย่งซีน

*
*
*

"อิชั้นรู้สึกอิสระอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ"

บัณฑิตหมาดๆ กล่าว

*

*

*

ไปแดกเหล้ากัน อีนิด!!

Tuesday, January 24, 2006

A Day in a Life of Me As a PT

9:45 นาฬิกาปลุกกะมือถือส่งเสียงร้องระงมแข่งกันปลุกอิชั้น แต่ปลุกไปสองไพเบี้ย เพราะอีเจ้าของมันไม่ยอมตื่นง่ายๆ

10:00 ตื่นบรรทม ขณะที่พยายามแงะตัวออกจากที่นอน ก็บังเอิญพบว่าหูฟังไอพ็อดยังยัดอยู่ในหูอยู่เลย

อีชนัน สักวันมึงจะหูหนวกนะ

10:10 เปิดวิทยุคลื่นเก้าสิบสาม คูล เอฟเอ็ม เพลง “ไม่อยากให้เธอไว้ใจ” ขึ้นมาพอดี
ทำให้ชั้นได้อาบน้ำไปพลาง ร้องเพลงแสร้งว่าตัวเองเป็นมาช่าอินเลิฟไปพลาง


10:28 เดินโทงๆ ออกมานอกห้องน้ำ ออกกำลังกาย โยคะ ยืดเส้นยืดสายนิดหน่อยตามประสาสาวเฮลธี้ เสร็จใส่กางเกงใน ถุงเท้า สแตนด์บายไว้

10:37 ออกไปดื่มน้ำตรงระเบียงพร้อมตากผ้าเช็ดตัว
ปิดวิทยุ เพราะมันเปิดเพลง Bounce ของกอล์ฟกะไมค์ไนโตรเจน กูรำคาญอีเด็กขี้ก้างหัวทอง ปากแดงแก้มแดงเหมือนกะเทยหัวโปกสองคนนี้เหลือเกิน กูเปิดคอมฟังเพลง
เช็คเมลดีกว่า

10:51 ปิดคอม เริ่มแต่งตัว ใส่เสื้อ ใส่กางเกง อีดอก กางเกงคับมาก


กรี๊ดดด กูอ้วนขึ้น!!

11:00 โอเค อิชั้นพร้อมรับวันใหม่แล้ว หายใจเข้าใหญ่ๆ เฮือกนึงแล้วเดินออกจากบ้าน

11:05 อยู่บนแท็กซี่ แท็กซี่มีปัญหากะเมีย เพราะเมียไปมีชู้ เมื่อคืนเค้าจับได้ เลยตบเมีย เมียก็เลยหนีออกจากบ้าน กูก็ไม่รู้จะแสดงความเห็นยังไง ก็เลยได้แต่ ครับ…ครับ ...ใช่ครับ... แย่จังนะครับ เค้าเล่าไปก็จะร้องไห้ไป ตอนจะลงค่ารถมันสี่สิบสามบาท ชั้นก็ให้ไปสี่สิบสามบาทพอดี เค้ามีการบอก “หนุ่ม เก็บไว้เถอะสามบาท” กูบอก “โอ้ย พี่ ไม่เป็นไร เอาไปเหอะ” พี่อย่าทำให้หนูรู้สึกแย่ไปกว่านี้เลย เพิ่งจะสิบเอ็ดโมงกว่าๆ วันหนูเพิ่งจะเริ่มเอ้งงงงง

11:15 เข้าไปซื้อข้าวกล่องซอยข้างๆ ที่ทำงาน เอาหมูจ๋ากะผัดกระเพราไก่ (หมูจ๋าแพงมาก)

11:25 กินข้าวอย่างรีบร้อนในแพนทรี่ (คล้ายๆ ห้องครัว แต่แม่งเล็กมากๆ คนยืนกันสามคนก็เต็มแล้ว) ผัดกระเพราอีร้านนี้เผ็ดสัด!

11:30 เดินออกมาจากแพนทรี่เพื่อให้เพื่อนร่วมงานเห็นว่าชั้นมาเข้างานตรงเวลา พอได้รับความไว้วางใจพอสมควรแล้วจึงเดินไปหยิบหวีจากกระเป๋าแอบไปเสริมสวยในห้องน้ำต่อ

11:40 ได้เวลาทำงานจริงๆ ซะที เดินโชว์ตัวรอบแล็บหนึ่งรอบ จัดโต๊ะ จัดหูฟังไรไปเรื่อย เพราะช่วงนี้นักเรียนยังน้อยอยู่

11:45 ดูตารางสิว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง วันนี้อิชั้นต้องทำ first lesson (คล้ายๆ กับการปฐมนิเทศน์ แนะนำการเรียน ฯลฯ )ตอนหกโมง มีนักเรียนสองคน โอเค ไม่หนักหนาเท่าไหร่ เสร็จแล้วเตรียมอุปกรณ์การเรียนให้นักเรียน จัดเป็นชุดๆ เสียบด้วยดอกกล้วยไม้ให้สวยงาม เก็บไว้ในล็อกเกอร์ก่อน ที่ต้องเตรียมไว้ตั้งแต่ไก่โห่ก็เพราะว่าช่วงเย็นๆ คนใช้คอมล้นหลามมาก เดี๋ยวจะยุ่ง เตรียมไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยเป็นอันดี เห็นมั้ย ตำแหน่ง PT ดีเด่นไม่หนีไปไหนแน่ๆ

11:55 ไฝ เพื่อนร่วมงานไหว้วานให้ชั้นไปทำ follow-up ให้หน่อย ว้ายยย ยินดีค่ะไฝ ได้นั่งสวยๆ หน้าคอมตั้งชั่วโมงนึง จิงๆ แล้วก็ไม่เชิงหรอกค่ะ เพราะ follow-up คือการโทรจิกนักเรียนให้มาเรียน ถ้านักเรียนมาเรียน เข้าคลาส เรียนจบ level ครบถ้วนชวนชื่น ครบตามเปอร์เซ็นที่เบื้องบนเค้ากำหนดมา PT ตาดำๆอย่างชั้นก็จะได้โบนัสเอาไปใช้หนี้

11:45 ทำเสร็จเร็วผิดปรกติ เพราะว่าส่วนใหญ่นักเรียนจองคลาสกันหมดแล้ว ไม่อยากจะโทรไปจิกอีก เพราะอาจจะเจอนักเรียนวัยกลางคนวีนได้ เป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก เลี่ยงได้ขอให้เลี่ยง ตอนนี้ก็แค่พนมมืออธิษฐานให้นักเรียนพวกนี้มาเข้าเรียนตามที่จองไว้

11:45 – 15:00 ช่วยนักเรียนจองชั้นเรียน แอบอ่าน classified ของ bangkokpost ตอบคำถามในแล็บ แอบไปอู้ในแพนทรี่ ช่วยนักเรียนจองชั้นเรียน แอบใช้เครื่องพริ้นท์ของที่ทำงาน ตอบคำถามในแล็บ แอบไปอู้ในแพนทรี่ ช่วยนักเรียนจองชั้นเรียน แอบนั่งอู้ + เม้ากะเพื่อนร่วมงาน + กินขนม ตรวจการบ้านไร้ติ้ง ตอบคำถามในแล็บ แอบไปทา

ลิปกลอสในห้องน้ำ อธิบายแกรมม่าให้นักเรียน แอบเช็คเมล์

15:00 – 16:00 เย้ๆๆๆ พักแ้ว้วววว พี่ที่ทำงานเอาก๋วยเตี๋ยวลุยสวนมาขาย เลยซื้อกินกล่องนึง เพราะขี้เกียจออกไปซื้อข้าวข้างนอก เบื่อแดด เบื่อคน เบื่อมลพิษ อีก๋วยเตี๋ยวก็จะแซ่บไรล่ะ กูเคี้ยวหมากฝรั่งไปกล่องนึง ปากยังไม่หายเหม็นกระเทียมเลย เวลาพักที่เหลือทำแบบฝึกหัดภาษาญี่ปุ่น เพราะคนมันขยัน

16:00 – 18:00 โทรตามนักเรียนในความรับผิดชอบให้มาเรียน ให้มาจองคลาส ให้ซื้อขนมมาฝาก PT
ช่วยนักเรียนจองชั้นเรียน เม้าออกสาวกะนักเรียน กินช็อคโกแล็ตที่ไฝซื้อมาจากสิงค์โปร์ กินขนมที่นักเรียนซื้อมาฝาก ช่วยนักเรียนฟังซีดีรอม ช่วยนักเรียนจองชั้นเรียน เม้าออกสาวกะนักเรียน กินช็อคโกแล็ตที่ไฝซื้อมาจากสิงค์โปร์ กินขนมที่นักเรียนซื้อมาฝาก ช่วยนักเรียนฟังซีดีรอม ส่งเอสเอ็มเอสจีบนักเรียน


18:00 – 18:45 ออกไปรับนักเรียนทำ first lesson หญิงหนึ่ง ชายหนึ่ง ภายนอกดูสงบเสงี่ยม แต่พอถึงห้องแล้ว ถามโน่นถามนี่มากมาย คอกูจะแตกอยู่แล้ว เข้าใจว่าตื่นเต้นแต่กูจะอธิบายไปเป็นขั้นตอนไป อีสองคนนี้ก็ถามกันอยู่นั่น ข้อมูลกระจัดกระจายมาก แต่ด้วยความที่ชั้นเป็น personal tutor มือวางอันดับหนึ่ง เหตุการณ์ครั้งนี้ก็เลยจบลงอย่างสันติ แฮปปี้กันทุกฝ่าย

18:45 – 19:30 ใส่ข้อมูลและบันทึกข้อมูลต่างๆ ของนักเรียนลงในคอมพิวเตอร์ มอบหมาย PT ให้นักเรียนแต่ละคน เสร็จออกไปดักนักเรียนญี่ปุ่นคนนึงให้จองคลาส เพราะเคยจองให้ชีแล้ว แต่ชีแอบไปแคนเซิ่ล ร้ายมากนะคะหัวหน้า วันนี้ PT ชนันเลยขอเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ต้องจูงมือชีไปจองให้ได้ ในที่สุดก็เรียบร้อย (ห้ามแคนเซิ่ลอีกนะมึง) สักพักน้องเอฟฟี่ ก็มาไหว้วานให้ทำ first lesson ให้อีกครั้งตอนทุ่มครึ่ง เพราะว่าวันนี้ชีปวดหัว ทะเลาะกับผู้ชาย ไม่มีอารมณ์ทำ โอเค อิชั้นรับทำให้ เพราะเป็นคนดี แถมนักเรียนเป็นคนญี่ปุ่นอีก ดีๆๆ จะได้หลอกให้สอนภาษาญี่ปุ่นให้

19:30 – 20:30 นักเรียนญี่ปุ่นท่าทางนิสัยดี เชื่อฟัง อยู่ในโอวาทมาก ด้วยความที่ชั้นเป็นคนค่อนข้างเห็นแก่ตัวเลยเอาเป็นนักเรียนตัวเองซะเลย
ได้เวลากลับบ้านแล้ว เจ็บคอมากๆๆๆๆๆๆๆๆ เพราะพูดๆๆๆๆ ทั้งวัน เหนื่อยโว้ยยยย

เห็นมั้ยพวกหล่อน Personal Tutor ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ นะคะ ดังนั้นใครที่เคยคิดว่างานนี้เป็นงานสบาย เดินสวยๆ รอบแล็บ คอยตอบคำถาม คอยพูดภาษาอังกฤษข่มนักเรียนแค่นั้น จงคิดใหม่เสียนะคะ เพราะว่าชีวิตอิชั้นมันมีมากกว่านั้นค่ะ


จบข่าว

Friday, January 20, 2006

public announcement

*
*

ท่านผู้มีเกียรติโปรดทราบ
ขณะนี้นายชนันท์ได้ทำการเปลี่ยนสีตัวอักษรให้เข้มขึ้น
ในโพสต์เก่าๆ ซะส่วนใหญ่แล้ว
หากท่านเป็นสมาชิกใหม่
ขอเชิญไปอ่านโพสต์เก่าๆ ซึ่งมีเรื่องที่น่าสนใจมากมาย

อีกทั้งท่านยังสามารถอ่านโพสต์เหล่านั้น
ได้โดยไม่ต้องใช้เม้าส์แรเงาอีกต่อไป
*
*
มันเริ่ดมากๆ

*

*
ส่วนท่านสมาชิกเก่า
กลับไปอ่านโพสต์เก่าๆ
รอเจ้าของบล็อคมาโพสต์ไปก่อนแล้วกัน
อย่าเรื่องมากนักเลย

*
*
*



Wednesday, January 11, 2006

A Tribute to POP

เป็นเวลาเกือบๆ ทศวรรษแล้วที่ชีวิตของข้าพเจ้าได้มาพานพบและผูกพัน
กับ นิตยสารเสียสติ เล่มนี้ วันนี้ฤกษ์งามยามดีข้าพเจ้าจึงขอสละเนื้อที่
บล็อคให้กับนิตยสารที่ข้าพเจ้าอ่านมาตั้งแต่สมัยข้าพเจ้ายังถักเปีย ใส่คอซอง จนมาถึงปัจจุบันนี้ที่
ผมอาจจะดูสั้นลงบ้างและจากที่ใส่คอซองก็เปลี่ยนเป็นใส่เน็คไท
ข้าพเจ้าก็ยังอ่านอยู่ และถึงคนอื่นจะเลิกอ่านไปแล้ว แต่ข้าพเจ้าก็จะยังอ่านอยู่...
แต่เอ...อีหนังสือเล่มดีมันมีอะไรดีนักหนานะเธอ
( ถ้าอยากรู้ก็ไปซื้อมาอ่านเองสิมึง !! )
*******************************************
๑๑ หลากโมเม้นระหว่างปอปและข้าพเจ้า ๑๑
* ข้าพเจ้าได้เขียนจดหมายทั้งจดหมายกระดาษและอีเมลล์ไปหาปอปอยู่หลายครั้งหลาย
ครา และส่วนใหญ่คุณบอกอก็ใจดีเอาจดหมายข้าพเจ้าตีพิมพ์ประจานให้
คนอ่านคนอื่นดูอยู่บ่อยๆ ทำให้เป็นเกียรติเป็นศรีแก่วงศ์ตระกูลของข้าพเจ้าเป็นอย่างมาก

* รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วนิตยสารปอปเป็นนิตยสารประเภท เรียลลิตี้ เรียกได้ว่ารายการดังๆ อย่างอะคาเดมี่ แฟนตาเซียยังอาย กล่าวคือตั้งแต่เล่มปฐมฤกษ์จนถึงเล่มปัจจุบัน คนอ่านจะได้ witness วิวัฒนาการด้านรูปลักษณ์อันน่าพิศวงของคุณบรรณาธิการตี้ ตั้งแต่สวยหลบๆ ช่วงฉบับปีสองปีแรกๆ มาจนถึงสวยโจ่งแจ้งสองสามปีหลังมานี้ ประมาณว่าถ้าโพรดิวเซอร์รายการ the swan หรือ extreme makeover มาเห็นเข้า อาจจะต้องรีบติดต่อเจ๊แกไปออกรายการโดยไม่รีรอ
* การเป็นแฟนนิตยสารปอปไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะอีนิตยสารเล่มนี้มันมีเรื่องมาให้ลุ้น ทำให้หายใจไม่ทั่วท้องอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการลุ้นว่าเดือนนี้หนังสือจะออกหรือไม่ หรือลุ้นว่าหนังสือจะเปลี่ยนไปเอาดารานักร้องแถวๆ นี้มาเม้าธ์แบบที่ทำมาแล้วใน POP Teen หรือปล่าว
บางทีวันดีคืนดีอีหนังสือเล่มนี้ก็เกิดของขึ้น แถมหนังแผ่นวีซีดีมากับหนังสืออย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หรือการได้ลุ้นว่ารูปบอกอจะออกมาสวยหลอนขนาดไหนในแต่ล่ะ issue จนกระทั่งลุ้นว่าหนังสือเล่มนี้มันยังอยู่ดีหรือว่าเจ๊งไปแล้ว สิ่งเหล่านี้แหล่ะที่ทำให้คนอ่านเลือดสูบฉีดดีเหลือเกิน
* ถ้าวันนี้เป็นวันสิ้นเดือนแล้วแต่ปอปเดือนนั้นยังไม่ออก ไม่ต้องโทรหรืออีเมลล์ถามทีมงานให้เมื่อยขบเพราะอีกสักวันสองวันคุณจะเห็นปอป
นอนสวยอย่างหน้าไม่อายอยู่บนแผงหนังสือใกล้บ้านคุณเอง
* เล่มไหนก็ไม่รู้ จำไม่ได้ มีคนเขียนมาถามว่าคุณบอกอชอบฟังเพลงอะไรมากที่สุดสิบอันดับ
พอข้าพเจ้าได้อ่านแล้วก็รีบต่อเน็ตหาเพลงเหล่านั้นมาโหลดประดับ
ให้เป็นศรีแก่ไอพ็อดของข้าพเจ้า ถึงแม้ว่าจะหาไม่ได้ครบทั้งสิบเพลงแต่ก็เริ่ดพอตัว!

* ปอปเขียนเปิดรับสมัครนักเขียนอยู่หลายครั้ง และข้าพเจ้าก็ดันทุรังสมัครไปทุกครั้ง มีอยู่ครั้งนึง ปอปให้คนอ่านเขียนวิจารณ์อัลบั้มมิวสิค ของมาดอนน่าไป ซึ่งผู้ชนะจะได้เป็นนักเขียนประจำของปอป ข้าพเจ้าก็ลองเสี่ยงดวงส่งไปเช่นเคย ผลออกมาปรากฎว่าได้ที่สอง ใช่ย่อยซะเมื่อไหร่ ถึงจะไม่ได้เป็นนักเขียน แต่ก็ได้รางวัลเป็นซีดีซิงเกิ้ลของมาดอนน่า
(ซึ่งอยากจะบอกว่าจนมาถึงตอนนี้กูก็ยังไม่ได้ซีดีแผ่นนั้นเลย!!)
* ก่อนที่จะต้องไปตรากตรำทำไร่เลี้ยงวัวเลี้ยงควายอยู่ที่แคนาดาเป็นเวลาหนึ่งปี ข้าพเจ้าขอร้องแกมบังคับกลุ่มเพื่อนไฮสคูล ณ ไทยแลนด์แดนสไมล์ของข้าพเจ้าให้เรี่ยไรเงินซื้อหนังสือปอป
พร้อมกับส่งไปรษณีย์อีเอ็มเอสด่วนจี๋ไปให้ข้าพเจ้าอ่านถึงทวีปอเมริกาเหนือ เพื่อนๆสุดประเสริฐช่วยกันส่งไปให้อยู่สองเล่ม จากนั้นทุกคนหายเงียบไปเหมือนเป่าสาก ไม่เป็นไรค่ะ ก็เข้าใจว่ามันคงไม่ใช่ธุระกงการอะไร แต่ว่าตอนนี้อีเพื่อนเหล่านี้ข้าพเจ้าเลิกคบหาไปหมดแล้วล่ะค่ะ

* ถึงแม้ว่าจะอยู่แคนาดา ข้าพเจ้าก็ยังไม่วายอยากจะมีส่วนร่วมในการฉลองครบรอบสามปีของปอป โดยการปั้นภูเขาน้ำแข็งความสูงประมาณหัวเข่า แล้วเอาปอปฉบับครบรอบสามปีไปประดับบนยอด เคียงข้างกับธงไตรรงค์สวยงามราวกับขบวนแห่มิสยูนิเวิร์ส จากนั้นก็จัดแจงถ่ายรูปส่งไปให้ปอปดู คุณบอกอก็เอารูปลงประจานอีกตามเคย สมใจเจ้าของบล็อคเหลือเกิน
* เชื่อไหมว่าข้าพเจ้าเคยดวงตกถึงขนาดบังเอิญเจอคุณบอกอทั้งหมดสามครั้งถ้วนด้วยกัน
ภายในระยะเวลาห่างกันไม่เท่าไหร่ ครั้งแรกเจอที่เอ็มโพเรี่ยม ครั้งที่สองเจอที่สีลมซอยสี่ (ร้านชื่อไรไม่รู้ที่ตอนนี้เจ๊งไปแล้ว) ซึ่งครั้งนี้ได้ทักและก็กอดเจ๊ด้วย แต่ก็พูดอะไรไม่ออกเพราะนมเจ๊ตี้ทำให้การหายใจของข้าพเจ้าขัดข้อง ส่วนครั้งที่สามเจอที่ซิซเล่อร์สาขาตึกซีพี สีลม เจ๊มากับชาวต่างชาติ เจ๊ใส่เสื้อสีชมพู (รู้สึกว่าจะเป็นลายตุ๊กตาบาร์บี้) เจ๊ตัวใหญ่เกินหญิงมาก!
* นอกจากรูปที่อยู่ในหน้า Editor's Letter แล้ว คนอ่านปอปสามารถพลิกไปดูรูปบอกอตี้ (ที่แอบเนียนโพรโมทตัวเอง) ได้อีกตรงคอลัมน์ night scene หรือรูปตามพาร์ตี้ต่างๆ จุดนี้ก็ถือว่าเป็นไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของการอ่านหนังสือปอป
* ใครที่ยังไม่ได้ดูโฆษณาหนังสือปอปทางแชลแนลวี โปรดอ่านคำเตือนนี้ก่อนรับชม เพราะตอนช่วงโฆษณาจะจบคุณจะเห็นเงาตะคุ่มๆ ราวกับเป็นวิญญาณนางไม้เริงราตรีของบอกอตี้ ออกมาเซย์ไฮกับคนดู ดังนั้นไม่ต้องตกใจไป ควรจะทนดูให้จบ เพราะของเค้าดีจริงๆ
***************************************
เหล่านี้คือแค่ส่วนหนึ่งของไฮไลท์ที่นิตยสารเล่มนี้มีให้ข้าพเจ้าตลอดช่วงเวลาเจ็ดปีที่ผ่านมา
ขอปรบมือพร้อมกับยืนสแตนดิ่งโอเวชั่นให้กับเจ๊ตี้กับทีมงานทุกคน
ที่ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานา

จนมาถึงเล่มที่ร้อยห้าได้และก็หวังว่าจะฝ่าฟันกันต่อไปอีก
จนกว่าจะล้มตายหายกันไปข้างนึง
เอเมน

Tuesday, January 10, 2006

The Memoirs of เกย์(ขี้)อิจฉา

* * ดีใจมากๆ เพราะว่าหนังสือที่อิชั้นอ่านเมื่อเกือบเจ็ดปีที่แล้ว ตอนนี้สำเร็จเสร็จออกมาเป็นหนัง (สักที) พร้อมออกฉายในกรุงเทพปลายเดือนนี้ จากที่ดูๆ trailer ก็โอ่อ่าอลังการอยู่ แต่อิชั้นข้องใจตรงที่เอาเจ๊กมาเล่นแทนคนญี่ปุ่นเนี่ยล่ะค่ะ ทำไมหล่ะค่ะ คิดว่าคนทั้งโลกมันรู้จักแต่อีจาง ซื่อ ยี่ หรือค่ะ วิสัยทัศน์แคบมากๆ เลยอีผู้กำกับ ใจคอทำด้วยอะไรก็ไม่รู้ แต่ก็เอาเถอะ ไหนๆ เค้าก็อุตส่าห์ทำออกมาแล้ว ก็อย่าลืมไปดูกันนะคะ

* * Finally my much anticipated book-to-film adaptation is coming out in theatres near me. I first read the novel 7 years ago when I was still in high school. Saw the trailer and I thought it looked quite good. The only flaw, to me, is that the film makers didn't choose real Japanese people to play Japanese. We've had enough of Chinese actors/actresses and I believe there're plenty of excellent Japanese ones out there. Anyway, will see how it turns out. Not to be missed!

ปล.หนังสือเล่มนี้ภาษาสวยมากๆ ขอบอก ใครยังไม่อ่าน หรือได้อ่านแต่ภาคภาษาไทย กรุณาไปหาภาคภาษาอังกฤษมาอ่านโดยด่วน ม่วนหลี

PS. For those of you who haven't read this classic, the novel is beautifully written so I recommend you read it.

Bye For Now !

Tuesday, January 03, 2006

wet new year

สวัสดีปีใหม่ฮ่ะ มิตรรักนักอ่านทุกตัวตน ไหนๆ ก็ปีใหม่แล้ว ขอฉลองปีใหม่ด้วยการยกเครื่องเปลี่ยนเท็มเพลตบล็อกซะเลย ชอบกันไหมคะ ถ้าไม่ชอบก็เฉยๆ ไว้ (แล้วค่อยไปด่ากูเอาเองในคอมเม้น)
แฟลชแบ็คกลับไป ณ ค่ำคืน new year eve อิชั้น+ผู้ชายใกล้ตัวกับผองเพื่อนอีกสองคนกำลังเต้นเร่าๆ ไปกับเพลงโด๊นช่าอยู่ในซอยข้างๆ วัดแถวถนนข้าวสาร รู้สึกว่าจะดื่มค๊อกเทลเป็นถังไปประมาณหกถึงเจ็ดถังเป็นอย่างต่ำ แต่พระเจ้า ทำไมกูไม่เห็นเมาเลยอ่ะ อ่อ รู้แล้ว เพราะอีร้านนี้มันใส่เหล้าน้อยเท่าเยี่ยวมดมากๆ อีดอก แอลกอฮอลล์ไม่กระทบตับกูเลยสักนี้ด แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ บรรยากาศโดยรวมแล้วก็โอเค นี่ยังดีที่หาที่สิงสถิตย์ได้ เพราะมนุษยเค้าดาวน์์เยอะมากๆ เลยฮ่ะ


กะหรี่อยู่ด้านซ้ายสุด

ปีใหม่แล้วก็ควรจะเริ่มต้นใหม่ชิมิแคะ ใช่แล้วค่ะเรา
ควรจะเริ่มต้นใหม่ ให้เป็นสิริมงคลต่อชีวิต วันนี้โพสต์ของอิชั้นมีนัยยะสำคัญแฝงไว้ แต่จะเป็นอะไรนั้น เอาไปขบคิดกันเอาเองแล้วกัน อิชั้นเชื่อว่าคนอ่านบล็อคนี้มีวุฒิปัญญาเพียงพอ ก่อนจะไปขอฝากบทเพลงนี้ไว้ให้พิจารณา เพลงนี้เข้ากับปีใหม่ของเจ้าของบล็อคเป็นอย่างมาก ท่วงทำนองหลอกหลอนล่องลอย อีกทั้งเนื้อเพลงที่สวยงามดั่งบทกลอนขนาดที่เชคสเปียร์
ยังต้องรีบมากราบตีนคนแต่งเพลงนี้
แต่น่าเสียดายที่บล็อคอิชั้นมันโลวเทค
เอาดนตรีใส่ไม่ได้ ดังนั้นถ้าอยากจะฟังก็กรุณาไปหาโหลดเอาเอง หรือจะให้ไร้ท์ให้ก็ได้ คิดไำม่แพง


I Cry - Lamb

One day I met a precious soul
Whose words had touched my heart

His poetry resounded so
It tore my soul apart
But when I tried my thoughts to speak
Emotion made my mind so weak

And time stood still for years and years

I bathed him in my tears
I cried, I cried
Tears of joy tears of pain
I cried, I cried Tears of love again and again

Some people turn to pills and things
To help them through the day

To take them up or down or just
To ease the blues away

But me I really want to feel

The ups and downs of life so real

Happy or sad emotions reign


My tears flow just the same I cried, I cried
Tears of joy tears of pain
I cried, I cried
Tears of love again and again
I cried, I cried
Tears of joy tears of pain
I cried, I cried
Tears of love again and again

Gonna burn so completely I leave no trace
Though so many out there would laugh in my face

For wearing emotion so close to the skin

Condemn me they might if to love's such a sin
I cried, I cried
Tears of joy tears of pain
I cried, I cried
Tears of love again and again
I cried, I cried
Tears of joy tears of pain
I cried, I cried
Tears of love again and again
...

ไงค่ะ ตายไปเลยชิมิแคะ

ฮาวเอเว่อ หวังว่าปีใหม่ของคนอ่านคงไม่ as เหี้ย as mine นะคะ

จุ๊บ จุ๊บ