Tuesday, February 28, 2006

เพราะอิชั้นมันไฮโซ


*
*
ชั้นได้วีซ่าแล้ว!
ชั้นได้วีซ่าแล้ว
ชั้นได้วีซ่าแล้ว
ชั้นได้วีซ่าแล้ว
ชั้นได้วีซ่าแล้ว
ชั้นได้วีซ่าแล้ว
ชั้นได้วีซ่าแล้ว
ชั้นได้วีซ่าแล้ว!
*
*
*
วีซ่าไรกันคะคุณ??
อยากรู้เอาหนูอิเล็คโทรนิคส์ของคุณมากดทางนี้เลยค่ะ

Sunday, February 26, 2006

มันร้ายมากเลยค่ะหัวหน้า

โอเคค่ะ อึดอัดใจมาได้เกือบสามอาทิตย์ล่ะ วันนี้เป็นไงเป็นกันขออิชั้นแฉอีสถานทูตกระทิงดุ อุเทนถวายสักหน่อย เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่าตอนนี้ที่รักของอิชั้นกำลังศึกษาอยู่ ณ ประเทศนี้แล้วพ่อคุณก็เกิดพิศวาสอยากให้อิชั้นไปเยี่ยมแดนดินถิ่นกระทิงดุ อิชั้นก็โอเค ไปก็ไป อย่างน้อยเอาเท้าน้อยๆ เท่าฝาหอยของอิชั้นไปเหยียบ (ย่ำ) ประเทศเค้าดูซักหน่อยจะเป็นไรไป คุณผู้อ่านที่เคยมีโอกาสไปต่างประเทศคงรู้นะคะ ว่าการขอวีซ่าเนี่ยมันยากรากเลือดขนาดไหน ด่านแรกที่จะต้องเจอคือขั้นตอนการเตรียมเอกสาร โอ้โห ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำมากๆ จะเอาไปไหนกันมากมายค่ะท่าน เปลืองทรัพยากรธรรมชาติ รูปที่ใช้ติดแบบฟอร์มก็ต้องมีพื้นหลังสีอ่อน ห้ามใช้สีเข้ม (เพราะอะไร ใครบอกที??) พอรวบรวมเอกสารครบถ้วนก็กำเงินไปเท่ากับจำนวนค่าวีซ่า ตรงนี้ห้ามนำไปเกินนะคะ เพราะทางสถานทูตไม่มีทอนค่ะ หลายคนไม่รู้ข้อมูลตรงนี้ ทะเล่อทะล่าเอาเงินไปจ่ายเกินจำนวน ก็จะโดนเจ้าหน้าที่สถานทูต (ที่เป็นคนชาติเดียวกับพวกเรา) ขึ้นเสียง โดนกระแหนะกระแหน โดนวีนให้ได้อายไปถึงเจ็ดชั่วโคตร แหมก็เข้าใจค่ะว่าไม่ใช่เซ่เว่น อีเลฟเว่น แต่อลุ่มอล่วยนิดนึงก็ได้ ไม่เห็นต้องแหวใส่กันเลย พูดด้วยคำพูดสุภาพสามัญธรรมดาก็รู้เรื่องค่ะ พออิชั้นเตรียมเอกสารส่วนของอิชั้นเสร็จ ตอนนี้ก็ต้องรอเอกสารของทางโน้นส่งมา เพราะว่าเจ้าหน้าที่ทางโน้นต้องออกหนังสือเชิญมาก่อน อีหนังสือเชิญนี้ก็เป็นหนังสือจริงๆ นะคะคุณ ไม่ใช่เป็นกระดาษโก๊ะกังแค่แผ่นสองแผ่น หนังสือสำคัญเล่มนี้มีทั้งหมดสิบกว่าหน้าค่ะ ดูอลังการงานสร้างมากๆ ด้านหน้าด้านหลังมีตราราชการสะเปนปั๊มให้วุ่นวายไปหมด ด้านในก็เขียนเป็นภาษาสะเปนประมาณว่าคุณชื่อนี้จะดูแลและโอบอุ้มคุณชื่อนี้ตลอดเวลาที่อยู่ในสะเปน แล้วถ้าคุณชื่อนี้ทำผิดกฎหมาย คุณคนอีกชื่อนึงก็จะต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ บลา บลา บลา

พอได้เอกสารครบแล้ว ด่านต่อไปก็คือการไปยื่นเอกสาร หรือที่เราเรียกกันว่าการยื่นวีซ่านั่นเอง ซึ่งก่อนออกจากบ้านวันนั้นให้ตั้งจิตดีๆ ไหว้ศาลพระภูมิให้เรียบร้อย เอาขาข้างที่เป็นมงคลก้าวออกจากบ้านก่อน พูดง่ายๆ คือเอาไสยศาสตร์ทุกด้านเข้าช่วยอะค่ะ เนื่องจากสถานทูตสะเปนไม่ค่อยมีคนไปขอวีซ่า ดังนั้นอิชั้นจึงไม่ต้องตื่นแต่ตีห้าไปเข้าแถวเหมือนกับสถานทูตอังกฤษที่แทบจะเอาเสื่อไปปูเล่นป๊อกเด้งกะคนที่มาต่อแถวแก้เซ็ง
ไปถึงสถานทูตเก้าโมงกว่าๆ สถานทูตนี้จะอยู่ในตึกอะค่ะ เล็กๆ อุดอู้ จัดแต่งภายในแบบมินิมัลลิส อ่อ ก่อนเข้าก็ต้องมีการตรวจกระเป๋า ฝากมือถือ เครื่องมืออิเล็คทรอนิคส์ต่างๆ ตามแบบปฏิบัติสากล แต่อิชั้นไม่เข้าใจอยู่อย่างนึง คือว่า ไอ้จุดที่เค้าให้ฝากอะค่ะ มันอยู่ประมาณห้าก้าวเดินห่างจากเคาเตอร์ยื่นวีซ่าและตัวสำนักงานเท่านั้นเอง ถ้าเกิดมีระเบิด ยังไงๆ ก็คงตายเรียบกันหมดล่ะค่ะ ไม่รู้จะทำปลอดภัยไปทำไม ข้างในห้องมีคนรออยู่ประมาณสองคน ยื่นวีซ่าเหมือนกัน อิชั้นเป็นคนที่สาม นั่งชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ แป๊ปนึงก็ถึงคิวเชือด จริงๆ แล้วเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องยื่นวีซ่าวันนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีพื้นฐานครอบครัวที่ดีและได้รับการอบรมจากบุพการีมาดีพอสมควร เจ้าหน้าที่ท่านนี้จึงไม่ยกตัวเองให้สูงศักดิ์ไปกว่าผู้ที่มาขอวีซ่า อิชั้นจึงค่อนข้างประทับใจในการบริการของเค้า แม้หน้าจะดูโกรธๆยุ่งๆ แต่ก็ไม่ดุร้ายเหมือนของสถานทูตอื่น ขอปรบมือให้ค่ะ สรุปคือวันนั้นราบรื่นไม่มีอะไรบกพร่อง เอกสารครบถ้วนหมดแล้วก็ไม่เห็นจะโดนทักท้วงอะไร
เค้าให้โน้ตแผ่นเล็กๆ มาเขียนว่าอีกประมาณสิบวันให้โทรมาถามผลวีซ่า….
หึ อีประเทศนี้ มึงเสร็จกูแน่ๆๆ เฮีย ไอ คัม!!!

สิบวันต่อมา
ลุกขึ้นจากที่นอนแต่เช้า รีบต่อโทรศัพท์ไปสถานทูต ตืดดดดด ตืดดดดด
“ฮัลโหล jfdgfdsjgdmkvdmvd8695-8]2,x ka’;kdn=3-],fc[f/.0923049MV-T9VM=0585732.XX…”
ไรยะ อย่ามาเว่อร์ ฟังกูก่อน กูคนไทยเว่ย พอฟังรู้เรื่องก็จัดแจงถามเค้าว่าผลวีซ่าหนูล่ะคะ
“เอ่อ คือเคสของหนูเนี่ยนะคะ ต้องรอคุยเพื่อนอิชั้น...กับท่านกงศุลอะค่ะ เพราะท่านคงอยากจะถามอะไรหนูสักหน่อย รอสักครู่นะคะ”
คั่นด้วยเสียงเพลงโมสาร์ตประมาณสามสิบวินาที
“ฮัลโหล รบกวนโทรมาใหม่ได้ไหมค่ะ อีกสักครึ่งชั่วโมง ท่านกงศุลยังไม่มาค่ะ”
(ไรยะหล่อน เอาให้มันแน่สิ)

สามสิบนาทีต่อมา
“เอ่อ เมื่อกี้โทรมาเรื่องผลวีซ่าอะค่ะ เค้าบอกว่าหนูต้องคุยกับกงศุล”
“ถือสายรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวโอนสายให้”
แล้วเธอก็ให้ชั้นฟังเพลงโมสาร์ตอีกประมาณยี่สิบวินาที
“อะโล่ jfdgfdsjgdmkvdmvd8695-8]2,x ka’;kdn=3-],fc[f/.0923049MV-T9VM=0585732.XX…”
คราวนี้ผู้หญิงรับ พูดภาษาอังกฤษสำเนียงชากีร่า อิชั้นก็อธิบายไป บลา บลา บลา ชีก็ “โอ้เค่ โอ้เค่ น็อต เฮียร์ วีซ่า เซ็คชั่น”
อ่าว แล้วอีนั่นมันโอนไปที่ไหนให้กูล่ะเนี่ย
เพลงโมสาร์ตบรรเลงต่อ
“อะโล่ jfdgfdsjgdmkvdmvd8695-8]2,x ka’;kdn=3-],fc[f/.0923049MV-T9VM=0585732.XX…”
คราวนี้เป็นผู้ชาย สำเนียง thick มากๆๆ กูก็อธิบายไปอีก บลา บลา บลา (สรุปนี่มึงไม่ได้ส่งเรื่องให้กันเลยใช่มั้ย กูต้องอธิบายให้ทุกคนที่รับโทรศัพท์ฟังซะงั้น)
มันถามชั้นว่า เหตุผลที่ชั้นจะไปสะเปนมันไม่ clear อ่าว อีนี่ หนังสือเชิญกูก็มี หลักฐานต่างๆ ร้อยแปดกูก็ประเคนมาให้แล้วจะทำไมกูอีก กูก็ถามมันว่า แล้วจะให้กูทำยังไง กูต้องเอาเอกสารอะไรมาให้มันเพิ่มเติมหรือป่าว มันบอกว่าไม่ต้อง แค่บอกมาเฉยๆ ว่าจะไปสะเปนทำไม อ่าวอีดอกหนิ มึงโง่หรือปล่าว ก็อ่าน application ไปสิ
แต่กูก็บอกไปว่าจะไปเยี่ยมสามี เพราะเค้าเรียนอยู่ บลา บลา แล้วมันก็ถามกูไปเรื่อย ซึ่งกูโมโหมากๆ เพราะว่ามันถามคำถามที่คำตอบมันมีอยู่แล้วในใบสมัครในหนังสือเชิญ หลักฐานต่างๆ ที่มึงให้กูเอาไปให้ ทำไมไม่แหกตาดูอะ สักพักมันถามว่าเคยได้วีซ่าเชงเก้นไหม กูบอกเคย เคยไปฝรั่งเศสปีที่แล้ว แล้วกูก็ได้ยินเสียงมันงึมงัมและเสียงมันกำลังพลิกอะไรสักอย่างอยู่ (เดาว่าน่าจะเป็นเอกสารกู แล้วทำไมไม่รู้จักอ่านดูตั้งแต่แรกว่ะ) สรุปมันก็ยังให้คำตอบกูไม่ได้ เพราะต้องคุยกับกงศุลอีกครั้งนึง (เอ๊ะแล้วมึงนี่เป็นใครหรอ กำลังถูพื้นเช็ดกระจกอยู่แล้วพอดีได้ยินเสียงโทรศัพท์เลยถือโอกาสรับหรือป่าว มึงก็ไปเอาอีกงศุลของมึงมาคุยกะกูเซ่) สรุปชั้นถามมันว่าแล้วคุณจะให้คำตอบได้เมื่อไหร่ มันบอกอีกสองอาทิตย์ เพราะว่าตอนนี้สถานทูตยุ่งมาก คิงกะควีนส์มันจะเสด็จเมืองไทย
เออ ใครเค้าแคร์กันหล่ะนั่น

---เออ เจริญนะมึง เงินกูก็จ่ายไปแล้ว จะให้หรือไม่ให้ก็บอกมา นี่เดี๋ยวกูก็ต้องไปเลื่อนตั๋วเครื่องบินให้ยุ่งยากเสียเวลาทำมาหากินเล่นๆ อีก---

วุ้ย เล่าแล้วก็อารมณ์เสีย ไปมาก็หลายประเทศอยู่ ไม่เคยจะมีปัญหา
แหม้ อิชั้นคงไม่เสนอหน้าไปเป็นโรบินฮู้ดที่เมืองคุณหรอกค่ะ หวงไรกันหนักหนา!
hijo de puta (แปลว่าไอ้ลูกกะหรี่) มากๆ ค่ะ

ปล. วันจันทร์นี้จะลองโทรไปอีกที เพราะสองอาทิตย์แล้ว เดี๋ยวจะคอยดูว่าคราวนี้จะได้เรื่องอะไรมั้ย แล้วเดี๋ยวมาอัพเดตเพิ่มนะคะ


คำคมทิ้งท้ายก่อนจาก
ไม่ต้องสะเออะออกนอกประเทศหรอกค่ะ

ยุ่งชิบหาย!

Friday, February 24, 2006

Bangkok 100Rock Fest 2006

what's wrong with a little destruction?
ขอขอบคุณเว็บ hunsa สำหรับรูปสวยๆ

หวัดดีฮ่ะ หายไปนานเลย คิดถึงกันบ้างไหมคะ วันนี้มาพร้อมกับอัพเดต
เล็กๆ น้อยๆ ว่าหายไปไหน ทำไรมาบ้าง ใครไม่อยากอ่านก็ช่าง แต่ชั้นอยากระบาย!
ก่อนอื่นนะคะ ขอเล่าเรื่องคอนเสิร์ตสุดมันประจำปีนี้ นั่นคือ Bangkok 100Rock Festival 2006 อิชั้นกะผองเพื่อนได้มีโอกาสไปร่วมงานทั้งสองวันเลย วันแรก วันเสาร์ (Feb 18th) คนค่อนข้างหนาตากว่าวันที่สอง เนื่องจากมี Oasis เป็นวงดึงดูด แต่อิชั้นรู้สึกเฉยๆ กะวงนี้เพราะเคยดูแล้ว (แต่ก็อดขนลุกไม่ได้เมื่อ intro คลื่นซัดของเพลง champagne supernova ดังกระหึ่มทะเลสาปเมืองทองธานี) วงไทยๆ อย่าง Modern Dog ก็เริ่ดอะไรล่ะ เชิดหน้าชูตาได้พอสมควร พี่ป๊อดน่ารักเสมอ (ทำไมไม่เอา futon มาด้วยล่ะค่าผู้จัด) แต่จริงๆแล้ววงที่ทำเอาสาวร็อคอย่างอิชั้นกระโดดโลดเต้นจนมดลูกเคลื่อนก็คือ Franz Ferdinand นั่นเอง
วงอะไรก็ไม่รู้เล่นมันชิบหายยยยย นักร้องนำก็เล่นหูเล่นตาทำหน้ากวนตีน สรุปว่าสมควรแล้วที่ได้รางวัล best dressed ของนิตยสาร Esquire (แต่ทำไมอี Pharrell นักร้องฮิพฮอพซ้ำซาก ถึงได้รางวัลที่หนึ่งทั้งๆ ที่พี่ Alex ของชั้นเปรี้ยวกว่าตั้งเยอะ!!) ดูแล้วก็ยิ่งชอบวงนี้ขึ้นอีกหลายเท่าตัว ป๋าลิง ape อย่าง Ian Brown ก็กวนตีนอย่างที่ควรจะเป็น ชั้นหล่ะอยากได้ชุด tracksuit สีส้ม (หรือสีแดงว่ะ ตากูบอดสี) ของป๋ามาใส่เดินพารากอนเป็น fashion statement ให้เริ่ดเชียว

วันที่สอง (Feb 19th) ไม่ค่อยรีบไปเท่าไหร่ เพราะไม่ได้อยากไปดู Bodyslam กับ Big Ass (ถ้ากูอยากดูสองวงนี้กูนอนดูเจ็ดสีคอนเสิร์ตอยู่ที่บ้านก็ได้ ไม่ต้องลำบากถ่อมาถึงเมืองทอง!) พอไปถึง bodyslam กะลังเล่นพอดี คนเงี้ยะกรูกันเข้าไปดู มีแบ่บพวกลักไก่เอาเสื่อมาปู เอากระติกน้ำมาตั้งทำเสมือนว่ามา picnic เก๋ๆ ฟังดนตรีไปพลางเหมือนอยู่ที่ glastonbury แต่พอดีมัน picnic กันอยู่นอกรั้วพื้นที่คอนเสิร์ตอะค่ะ พูดง่ายๆ ก็คือ ไม่ลงทุนนั่นเอง หน้าหนาจริงๆ อิชั้นกะเพื่อนสาวก็เดินหาของรับประทานกันสวยๆ พออิ่มได้ที่แล้วก็เข้าไปดู The Futureheads (วงเปรตอาจารย์กู้ เพราะว่าทุกคนในวงสูง 190+ กันหมด) ได้ฟังเพลงที่ฟังอยู่เกือบทุกวี่ทุกวันอย่าง Hounds of Love เล่นสดๆ แล้วก็ขนลุก ต่อด้วยวงสุดอาร์ตแดกอย่าง Maximo Park วงนี้แต่งตัวเปรี้ยวไม่แพ้ FF ลีลาก็เหลือรับประทานจริงๆ (แอบชอบท่าของมือคีย์บอร์ด) แถมอัธยาศัยก็เริ่ด! วงต่อไป Snow Patrol วงนี้ค่อนข้างจะออกไปทาง pop นิดๆ แต่ก็ประทับใจมากๆๆ ขนลุก (อีกแล้ว) กับเพลงเด็ดๆ อย่าง Run และ How to be dead ---
...I won't stop, No way... วู้วววว เสียววว
วงต่อไปก็เริ่ดอีกเช่นกัน Placebo นักร้องนำผู้ชายสวยเท่มากๆ แต่ก่อนไม่เคยรู้สึกอะไรเป็นพิเศษกับวงนี้ แต่ตอนนี้ชอบมากกกก just like special K! เป็นการปิดท้ายคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่มากๆ สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงแบบนี้ นับว่าเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่รวมวงอินดี้กะวงป๋าๆ ได้มากมายขนาดนี้ อิชั้นปลื้มใจ ปีหน้าจัดอีกนะคะ เอาพี่ดอกไม้หนูมาด้วยนะคะ

ก่อนจะไปขอเชิญชวนผู้อ่านมาฟังเพลงร็อคเก๋ๆ เถิดจะเกิดผล ไปต้องไปฟังหรอก hip hop ดาดๆ เพลง l-l-l-l-lies (ที่อิชั้นมีเทปชุดนี้ของ Diana King ตั้งแต่สมัยอยู่มัธยมสี่ จนป่านนี้จบมหาลัยทำงานแล้ว นานแค่ไหนก็คิดเอาเอง) เพลง bounce hip hop ปลอมๆ ของ Sarah หรือแม่นางตนไหนก็ไม่รู้ไม่อยากสนใจจะจำ อิชั้นไม่ได้แอนตี้ hip hop แต่อย่างใด สามสี่ปีที่แล้วอิชั้นก็เป็นแฟน hip hop (งานจุฬาวิชาการเมื่อสองล้านปีแสงที่แล้ว ชั้นยังจัด exhibition เพลงและวัฒนธรรม hip hop อยู่เลย) แต่ไม่คิดบ้างหรอว่ามันซ้ำซาก วงการเพลงเมกาน่าเบื่อมากๆ เกือบครึ่ง top ten ของบิลบอร์ดเป็นเพลง hip hop ไม่ก็ rap เด็กไทยก็อยากเป็นจังเลย b-boy b-girls 50 cent สองสลึงห้าสิบสตางค์ เห็นแต่งตัวกันแล้วก็ pathetic (หรือว่ากูแก่แล้ว?) แล้วเลิกสรรเสริญได้แล้วนะวง Thaitanium อะ เบื่อๆๆๆๆๆๆ ล่าสุดอิชั้นเห็นหวัง ลี ฮม นักร้องจีน เกาหลี หรือไต้หวันไม่รู้ ออกซิงเกิ้ลออกมาแนว hip hop อีกแล้ว มี featuring กับนักร้องสาวหมวยที่พยายามทำตัวดำแล้วตั้งชื่อให้คล้าย lil kim อิชั้นว่าไปเรียนพูดภาษาอังกฤษให้ชัดๆก่อนที่จะมาร้อง rap แหล่ หลอนคนฟังก่อนดีไหม? อ่อ แล้วเค้ายังเก๋ไก๋ฟีเจอริ่ง rain อีกด้วยนะเธอ
what's wrong with sticking to just POP?

where is creativity??

ว้าย กูเป็นอีแก่ขี้บ่น ไปดีกว่า เดี๋ยวโดนพวกแก็งค์สเตอร์ดักยิง

Wednesday, February 15, 2006

Are you one of the culprits??

Sunday, February 05, 2006

世界の一番芸者

After much fuss over the ethnicity of the lead characters in Hollywood's latest adaptation, interpretation or, if I may, munipulation of the best-seller novel Memoirs of a Geisha, now I've come up with my own little version of "Sayuri", the protagonist.
I don't know about you and I don't really care, I think it's brilliant!

世界の一番芸者
Word's Number One Geisha




世の中を
i feel the life is

憂しとやさしと
sorrowful and unbearable


おもへども
though


飛び立ちかねつ
i can't flee away


鳥にしあらねば
since i'm not a bird...