กลุ่ม Staff สติสตังไม่ค่อยดี / Mentally Unstable Staffค่ะ ท่านผู้อ่าน คุณผู้เขียนเพิ่งกลับมาจาก Trip ที่สัตหีบมาหมาดๆ คุณผู้เขียนอ่อนเพลียมากๆๆๆ เพราะไปเป็น staff ช่วยงานบริษัทมา (ไม่ได้ OT ด้วย!!) งานนี้ก็คือ Sattaheep Trip
กิจกรรมครั้งนี้เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้ออกไปเรียนภาษาอังกฤษนอกสถานที่บ้าง
เพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ แทนที่จะอุดอู้อยู่แต่ในชั้นเรียนเหม็นๆ (มันเหม็นจริงๆ นะ) และแล้วก็มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่านักเรียนจำนวนกว่าสี่สิบชีวิต พากันแห่แหนมาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมนี้ โดยหารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังแกว่งเท้าหาเสี้ยนซะงั้น…
กิจกรรมครั้งนี้เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้ออกไปเรียนภาษาอังกฤษนอกสถานที่บ้าง
เพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ แทนที่จะอุดอู้อยู่แต่ในชั้นเรียนเหม็นๆ (มันเหม็นจริงๆ นะ) และแล้วก็มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่านักเรียนจำนวนกว่าสี่สิบชีวิต พากันแห่แหนมาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมนี้ โดยหารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังแกว่งเท้าหาเสี้ยนซะงั้น…
เวลาหกโมงครึ่ง
หากใครสัญจรผ่านไปผ่านมาแถวหน้าตึกซีพี สีลม จะเห็น Personal Tutors ซึ่งนำแสดงโดยอีซิ่มกับตัวข้าพเจ้าค่อยๆ ช่วยกันแซะตัวออกจากแท็กซี่ เสร็จแล้วก็รีบตรงดิ่งไปซื้อกาแฟเย็นเซเว่นมากรอกปากกันคนละหนึ่งแก้วให้ alert ก่อนที่จะทำงาน ก็คิดดูสิเมื่อคืนกว่าข้าพเจ้าจะได้นอนก็ตั้งตีสองครึ่ง ต้องแหกม่านตาตื่นตอนตีห้าครึ่ง แล้วต้องไปถึงที่โรงเรียนประมาณหกโมงครึ่ง ตากูจะปิดอยู่แหล่ว
ตัดภาพมา staff ทุกคนกำลังแข็งขันแจกป้ายชื่อ แจกเอกสารให้นักเรียนเซ็นต์รับรองว่าถ้ามีการเสียชีวิตเกิดขึ้น ให้โทษโรงเรียนอย่างเดียว ห้ามโทษ staff เด็ดขาด
ตัดภาพมาอีกทีนึง staff ทุกคนกำลังแข็งขันช่วยกันต้อนนักเรียนขึ้นรถบัส
จับต้อนขึ้นรถบัสสองคัน แจกข้าวแจกน้ำ เอนเตอร์เทน เล่นเกมส์ ปาหี่อะไรไปเรื่อย สุดแท้แต่จะคิดได้ (ในขณะที่ teachers สองคนนอนหลับไม่ช่วยกันทำมาหากินซะงั้น โดยเฉพาะป้า Craig) รถบัสแล่นไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆ (นานพอสมควร เพราะอิชั้นต้องทนนั่งฟัง my humps ไปประมาณสองร้อยหกสิบสี่รอบเศษ) จนถึงสัตหีบ เมื่อทุกคนได้ลงจากรถบัสและทันทีที่ผิวคนกรุงได้สัมผัสกับแดดเปรี้ยง (ที่ มันกะจะแผดเผาให้ตายกันไปข้างนึง) ผู้ดีกรุงเทพก็พากันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่ผิวหนังพุพอง เพราะอากาศร้อนเหมือนอยู่ในนรกยังไงยังงั้น (ไม่เคยไปเองหรอก ฟังเค้าเล่ามา) ทุกคนจัดแจงเอาครีมทากันแดดมาชโลมร่างกายกันอย่างบ้าคลั่ง เอาล่ะ เรากำลังจะไปนั่งเรือของทหารเรือเพื่อเอาชีวิตไปทิ้งที่เกาะขามกัน
คึกๆๆๆๆๆ เสียงเรือค่อยๆ ชะลอความเร็ว โอ้โห น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลิงมากๆๆๆ เลยค่ะคู้นนนนนนน
หากใครสัญจรผ่านไปผ่านมาแถวหน้าตึกซีพี สีลม จะเห็น Personal Tutors ซึ่งนำแสดงโดยอีซิ่มกับตัวข้าพเจ้าค่อยๆ ช่วยกันแซะตัวออกจากแท็กซี่ เสร็จแล้วก็รีบตรงดิ่งไปซื้อกาแฟเย็นเซเว่นมากรอกปากกันคนละหนึ่งแก้วให้ alert ก่อนที่จะทำงาน ก็คิดดูสิเมื่อคืนกว่าข้าพเจ้าจะได้นอนก็ตั้งตีสองครึ่ง ต้องแหกม่านตาตื่นตอนตีห้าครึ่ง แล้วต้องไปถึงที่โรงเรียนประมาณหกโมงครึ่ง ตากูจะปิดอยู่แหล่ว
ตัดภาพมา staff ทุกคนกำลังแข็งขันแจกป้ายชื่อ แจกเอกสารให้นักเรียนเซ็นต์รับรองว่าถ้ามีการเสียชีวิตเกิดขึ้น ให้โทษโรงเรียนอย่างเดียว ห้ามโทษ staff เด็ดขาด
ตัดภาพมาอีกทีนึง staff ทุกคนกำลังแข็งขันช่วยกันต้อนนักเรียนขึ้นรถบัส
จับต้อนขึ้นรถบัสสองคัน แจกข้าวแจกน้ำ เอนเตอร์เทน เล่นเกมส์ ปาหี่อะไรไปเรื่อย สุดแท้แต่จะคิดได้ (ในขณะที่ teachers สองคนนอนหลับไม่ช่วยกันทำมาหากินซะงั้น โดยเฉพาะป้า Craig) รถบัสแล่นไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆ (นานพอสมควร เพราะอิชั้นต้องทนนั่งฟัง my humps ไปประมาณสองร้อยหกสิบสี่รอบเศษ) จนถึงสัตหีบ เมื่อทุกคนได้ลงจากรถบัสและทันทีที่ผิวคนกรุงได้สัมผัสกับแดดเปรี้ยง (ที่ มันกะจะแผดเผาให้ตายกันไปข้างนึง) ผู้ดีกรุงเทพก็พากันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่ผิวหนังพุพอง เพราะอากาศร้อนเหมือนอยู่ในนรกยังไงยังงั้น (ไม่เคยไปเองหรอก ฟังเค้าเล่ามา) ทุกคนจัดแจงเอาครีมทากันแดดมาชโลมร่างกายกันอย่างบ้าคลั่ง เอาล่ะ เรากำลังจะไปนั่งเรือของทหารเรือเพื่อเอาชีวิตไปทิ้งที่เกาะขามกัน
คึกๆๆๆๆๆ เสียงเรือค่อยๆ ชะลอความเร็ว โอ้โห น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลิงมากๆๆๆ เลยค่ะคู้นนนนนนน
กลุ่มอิชั้นโชคดี (หรือปล่าว??) ได้ไปปีนเขาก่อน ส่วนอีกกลุ่มนึงต้องนั่งเรือท้องกระจกไปดูปะการัง ตอนแรกอิชั้นก็คิดว่าการปีนเขามันจะต้องชิวๆ แน่ๆ แต่จริงๆ แล้วมัน bitch พอดูเลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะคนเมืองกรุงอย่างกรุ๊ปอิชั้นซึ่งพากันหอบแห่กๆ ดมยาดมเดินลงมาจากเขา เสร็จแล้วไม่รอช้าอิชั้นและเพื่อนพ้องพากันตรงดิ่งไปกินข้าวทันที โดยไม่รอใครทั้งสิ้น เสร็จก็ไปนั่งให้แดดเผาเล่นต่อที่ชายทะเล ต่อไปมีโปรแกรมไปดูสถานเพาะพันธุ์เต่า ไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้น เว้นแต่ซิ่มกะข้าพเจ้าได้ witness เต่าขนาดใหญ่หนึ่งตัวที่พยายามจะ hump เต่าตัวใหญ่เหมือนกันอีกตัวนึงที่อยู่ด้านล่าง อีซิ่มถึงกับอุทานออกมาว่า
“เฮ้ย เต่ามันเอากัน!!”เสร็จจากการดูเต่าเอากันแล้ว พวกเราก็ไปยังสวนนงนุช อิชั้นไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย แต่สวยมากๆๆๆ เลยคุณ โดยเฉพาะสวนหิน (ดูรูปสิ)
ใครมีเวลาว่างๆ ลองพาเพื่อนชาวต่างชาติไปเยี่ยมชมกันนะ อันนี้เจ่แนะนำ ส่วนสวนสัตว์ไม่ค่อยน่าตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่ มีนกกระจอกเทศขนร่วงสองสามตัวที่ยืนจ้องผู้มาเข้าชมเหมือนจะเอาชีวิตยังไงยังงั้นแต่อิชั้นประทับใจเสือตัวนี้มากๆๆ มันหยิ่งในศักดิ์ศรีมากคุณ จะถ่ายรูปที่ไร มันก็ทำหน้าเซ็งๆ แล้วก็เมินหน้าหนี ราวกับจะบอกชั้นว่า
“หึ อีพวกมนุษย์ชั้นต่ำ fur ชั้นสวยไฮโซกว่าตั้งเยอะ”นั่งรถกลับบ้านมีแต่ความไม่สงบ เพราะว่าเปิดเพลงเต้นกันจนรถกระเพื่อม
หนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ต่อมา รถบัสเงียบสงบ ทุกคนหลับไหลเป็นเจ้าหญิงนิทรา เหลือก็เพียงแต่เสียงของอีซิ่มกับข้าพเจ้าที่เม้ากันในความมืดอย่างไม่หยุดไม่หย่อนจนถึงกรุงเทพ
จะว่าไปกาแฟเซเว่นมันก็แรงเหมือนกันนะเธอ!!
ปล. ขอแสดงความนับถือพี่ดาว
Event Organizer มือฉมังของ Wall Street Institute ที่ไม่หยุดพักเลยตั้งแต่หกโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม ไม่รู้ไปเอาพลังมหาศาลมาจากไหน นักเรียนจะหลับจะนอน เจ่เค้าก็จะไปกรี๊ดผ่านไมค์ใส่หูนักเรียนคนนั้นให้สะดุ้งตื่นเล่นๆ แถมตลอดทางเจ่แกก็ถือไมค์ร้องคาราโอเกะคนเดียวของแกไปเรื่อยซะงั้น รถกะบะรถบัสคันไหนคนเยอะๆ ขับผ่านก็ไปเจ่แกก็โบกมือ กรี๊ดใส่เค้า อยากบอกว่าไม่มีใครเหมาะเป็น Event Organizer เท่าเจ่อีกแล้ว แล้วเจ่ก็สวยมากๆๆๆๆๆ ชิมิคะอีซิ่ม
กับป้า Craig ขี้อู้ จู้ฮุกกรู้ / with Auntie Craig


สู้ต่อไปมิยูกิ เพื่อปากท้องของหล่อน! / Keep Walking!



