Thursday, November 30, 2006

ก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้า

เธอๆ

รู้จักคำนี้มั้ย

Photobucket - Video and Image Hosting

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคำนี้ จริงๆ แล้วมาจากคำศัพท์สองคำคือ over + rate
over
ในที่นี้ก็คือ มากเกินไป เกินพอดี เกินงาม
rate ก็คือการจัดระดับให้อะไรสักอย่างนึง
เติม –ed ไปเพราะว่าเป็นกรรมวาจก (passive voice) เป็นคำกริยาที่บ่งชี้ว่าถูกกระทำ

เมื่อนำมารวมกันแล้วจึงหมายความว่า การจัดหรือยกให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ในระดับที่สูงจนเกินงาม เกินคุณค่าที่แท้จริงของมัน ทั้งนี้สาเหตุอาจจะเป็นเพราะสื่อ การโฆษณาที่แยบยลและชาญฉลาด หรือความฉาบฉวยของวัฒนธรรมตามกระแส

เข้าเรื่อง...
Bed Supperclub
พูดถึงเบ้ดขึ้นมา ใครๆก็ต้องจินตนาการไปใหญ่ว่าหรูหรา ฮาแตก เพราะได้ขึ้นหิ้งว่าเป็นคลับที่ดีที่สุดแห่งนึงของเอเชียแถบนี้เลยทีเดียว ไหนจะพวกนิตยสารต่างๆ ที่พากันโหมกระหน่ำสรรเสริญคลับแห่งนี้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย อะ ในเมื่อเสียงลือเสียงเล่าอ้างเค้าขจรไกลขนาดนี้ คนเราก็ต้องมี expectations (ที่สูงมาก) เป็นธรรมดาชิมิคะ ตัวดิชั้นเองไม่มีโอกาสได้ไปเบ้ด (เบ้ดนะ ไม่ใช่เบ๊ต แบบที่อีหวานเย็นชอบทำ) สักที (เหตุผลเดียวเลยคือมัน แพง!) แต่แล้วบุญก็พา วาสนาก็ส่ง ให้ชั้นมีโอกาสได้ไปเยือนเบ้ดเมื่อคืนนี้เองค่ะคุณๆ

หลังจากเดินโง่หลงทางอยู่สักพัก อิชั้นก็มาถึงเบ้ดพร้อมเหงื่อที่ท่วมกายา ค่ะโอเคค่ะ ยอมรับว่าภายนอกดูหรูหรา ไอโซ ราวกับมียานอวกาศจากโลกอื่นมาจอดเทียบท่ารอรับเอเลี่ยนกลับดาวแม่ แถม bouncers (คนตรวจ id) ก็หน้าตาดีกันทั้งนั้น พอผ่านตรงที่ตรวจ id แล้ว ก็ไปตรงที่ซื้อตั๋ว พอดีชั้นมาในฐานะ ‘ผู้สื่อข่าว’ ก็เลยสวยๆ เดินเชิ่ดเข้าไปได้เลย แถมยังได้ดริ๊งฟรีอีกด้วยสองดริ๊ง
วินาทีที่ชั้นเดินเข้าไปข้างในคลับ ความรู้สึกแรกที่แว่บเข้ามาคือ อีเหี้ยย ทำไมมันเล็กอย่างงี้วะ มันดูสั้นๆ เตี้ยๆ ป้อมๆ หุ่นเหมือนโก๊ะตี๋ยังไงก็ไม่รู้

การตกแต่งก็ประมาณ minimalist นั่นแหล่ะ ทำมนๆ ขาวๆ ให้เหมือนสินค้าของ Apple เข้าไว้เป็นดี ชั้นรีบไปแลกดริ๊งก่อนเลยค่ะ แดกไรรู้มั้ยคะ ลองไอส์แลนด์ทีค่ะ (พอดีมันกำลังมีเทศกาล ลอง ไอส์แลนด์ทีอยู่ จริงๆ แล้วอยากแดกแสงโสมเพียวๆ ตามด้วยมะนาว) พอดริ๊งอยู่ในมือแล้วชั้นเพิ่งตระหนักว่าทำไมกูแดกเหล้าสาวขนาดนี้ ชะนีข้างๆ กูมันยังดกไฮนาเก้น โฮกๆๆๆๆ แล้วนี่กูอะไร นั่งจิบลอง ไอส์แลนด์ที อู้ยย ขึ้นข้างบนดีกว่า ไปดูซิว่ามีอะไรให้ชั้นดูอีกบ้าง

ชั้นสองดูดีขึ้นมานิดนึง เพราะว่าที่นั่ง (หรือนอน) ของเค้ามันดีจริงๆ หว่ะ เหมือนได้นอนเอกเขนกอยู่ตามชายหาดจอมเทียน (แล้วทำไมต้องจอมเทียน – ชั้นต่ำ) จิบค็อกเทลไปพลางๆ แต่พอดีชั้นไปคนเดียวเลยไม่ค่อยหนุก เวลาผ่านไปพอสมควร ดีเจก็ยังไม่มา ไม่รู้จะเซ็ตอะไรกันหนักหนา ชั้นเลยสั่งไฮนาเก้นมากระแทกปากก่อนที่จะตัดสินใจกลับบ้าน (จริงๆ แล้วไปเดินสีลมต่อ)

มีอะไรอีกที่ชั้นว่ามัน โอเว่อเร้ดเต็ด...

โรตีบอย
สนามบินสุวรรณภูมิ

วงไทยเทเนี่ยม
สยามพารากอน

ชาเขียว
เป็นแอร์
มีผัวต่างชาติ
เป็นสิว
ไปเรียนเมืองนอก (โดยเฉพาะที่เยอรมันกับอังกฤษ)
เป็นเกย์
ฤดูหนาวในเมืองไทย (ซึ่งไม่มีอยู่จริง)
ผู้ชายเกาหลี
อะคาเดมี่ แฟนตาเซีย
ซุปไก่สกัด
เจ้าชายคนนั้น (คนไหนย่ะ?)
ไฮสปีด อินเตอร์เน็ต
ผิวขาวแบบคนกรุงเทพ

มีไรอีก ช่วยชั้นคิดหน่อยเร็ว…

Tuesday, November 28, 2006

อัย อัม อะ เว้หรี่ บิซี่ วู้มึ่น อยู่โหน๋ว?

มาย ไดอารี่ เอิฟ ธีส วีค

Wednesday 29/11/06

12:00 – 14:00: ไปงาน Thailand’s Most Wonderful Men หรืออะไรสักอย่างเนี่ยแหล่ะ ที่โรงแรมคอนหราด ไฮไลท์คือ ผู้ชายรูปร่างกำยำมีสันซิกแพ็คนับสิบชีวิตเดินใส่กางเกงในตัวเดียวบนเวที และโชว์ขำๆ จากเจ๊เดย์
19:00 – 21:00: ไปฟิตเนส
21:00 – Late: Bangkok International DJ Festival ที่ Bed Supperclub และ Q Bar ไม่อยากไปเล้ยยย แต่ก็ต้องไป ดีเจคนที่ชั้นจะไปดูเคยเล่นในงานปาร์ตี้ของมาดอนน่ามาแล้ว น่าสนๆ
After hours: เผยแพร่วัฒนธรรมไทยผ่านเว็บแคม

Thursday 30/11/06

19:00 – 21:00: เรียนเต้น Contemporary ที่ Alliance Francaise

After hours: เผยแพร่วัฒนธรรมไทยผ่านเว็บแคม

Friday 1/12/06

17:00 – 20:00: รีวิวเทศกาลอาหารโมร็อคโคที่ร้าน Crepes & Co แถวสุขุมวิท
20:00 – 22:00: รีวิวร้านไอศกรีมผสมแอลกอฮอล์ที่ร้าน Amaltey แถวสุขุมวิทเช่นกัน
After hours: เผยแพร่วัฒนธรรมไทยผ่านเว็บแคม

Saturday 2/12/06

14:00 – 17:00: สอนพิเศษเหล่าชะนีเด็ก
20:00 – Late: ไปสัมมะเลเทเมาที่ Club Night คืนปฐมฤกษ์ของ
ชะนีฉลาด ชาติเจริญ

Thursday, November 23, 2006

ผู้ชายขายถูกๆ ค่าาาาา ตอนที่ 1

แหม๊ พวกมึงหนิ พอกูเอารูปผู้ชายหน้าตาดีขึ้นบล็อคหน่อยล่ะ เข้ามาเม้นกันโดยไม่ต้องให้ชั้นบังคับเลยนะ อะๆ เอาใจชะนีคัน (re อีไนน์ อีจ๋า) ตุ๊ดไม่มีผัว (re คณิกาบาลีและข้าพเจ้าเอง) ซะหน่อย เอนทรี่วันนี้จะมาแนวเดียวกันกับเอนทรี่อันที่แล้ว เราจะมาเปิดโหวตกันอีกครั้งนึงเพื่อค้นหา ‘ศิลปินชายนานาชาติที่ดิชั้นคู่ควรมากที่สุด’

คุณทราบมั้ยคะว่านักร้องชายเสียงนุ่มทุ้มลึก หน้าตาน่าเอาทำสามีเนี่ย มันมีอยู่ทุกประเทศ แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านภาษาและวัฒนธรรมและสื่อต่างๆ บางทีของดีๆ เหล่านั้นอาจจะเข้ามาไม่ถึงเรา ดังนั้นดิชั้นจึงถือวิสาสะขอตั้งตัวเป็นทูตแห่งเสียงเพลงและเป็นตัวแทนของนักร้องชายหน้าตาดีที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่คนไทย เรามาลองเปิดหูเปิดตาเปิดกะลาดูนักร้องชายนานาชาติกันดีกว่ามั้ยคะ จงลืมกอล์ฟไมค์ ไอซ์ ศรัญยู (วงศ์กระจ่าง) อ๊อฟ ปองศักดิ์ หรือ Justin Timberlake ไปก่อน เพราะวันนี้อิชั้นได้คัดสรรแต่ของดีๆ มาให้พวกคุณได้เลือกใส่ตระกร้าเอากลับไปฝันเปียกที่บ้านกัน

Photobucket - Video and Image Hosting Photobucket - Video and Image Hosting (น้องเอจิอย่าค่ะ อย่า.....ชักช้า ถอดเร็วๆๆๆ)
เบอร์ 1 น้อง Eiji Wentz อายุ 21 ปี ประเทศญี่ปุ่นส่งเข้าประกวด
Photobucket - Video and Image Hosting
เริ่มกันเลยที่แถบเอเชียก่อนละกันนะคะ น้องคนนี้หลายคนอาจจะเคยเห็นหน้าค่าตากันมาบ้าง เพราะว่าวงของน้องเค้าค่อนข้างดังทีเดียวทั้งในไทยและญี่ปุ่น วง WaT (มาจาก วัดวาอารามหรือป่าวก็ไม่รุ) เป็นวง j-pop ใสๆ ซึ่งประกอบไปตัวน้องเอจิเองและอีกน้องผู้ชายอีกคนนึง (ที่ชั้นจะไม่ขอพูดถึง) น้องเอจิเป็นลูกครึ่งอเมริกัน เยอรมัน และญี่ปุ่น (ใครอยากมีลูกหน้าตาน่ารักแบบนี้ก็พยายามหาสามีให้ได้ตามนี้นะคะ) ด้วยหน้าตาที่น่ารักและสดใสตามสไตล์ตี๋เอเชียบวกกับเลือดคอเคเชี่ยน น้องเอจิจึงทำงานอยู่ในวงการบันเทิงมาตั้งแต่เด็ก ในคลิปที่เอามาให้ดู เป็นตอนที่เพื่อนในวงไปเยี่ยมบ้านน้องเอจิ (อีเด็กคนนี้ชั้นสงสัยว่ามันต้องเป็นคู่ขาของน้องเอจิแน่ๆ เพราะดูจากมุมกล้องที่มันถ่ายโลมเลียจากหัวจรดเท้าของน้องเอจิแล้ว ชั้นเสียวแทน แม๊อีตากล้องยังทาเล็บดำอีกต่างหาก แอบเปรี้ยวนะยะ

Photobucket - Video and Image Hosting
เบอร์ 2 ซินยอร์ Alex Ubago ประเทศสเปนส่งเข้าประกวด

คนต่อไปคนนี้ดิชั้นภูมิใจเสนอมากๆ เลยค่ะ หนุ่มคนนี้มาจากการประกวดรายการรีอาลตี้ของสเปนเค้า (คล้ายๆ pop idol) เสียงนุ่มนวลชวนฝันมากๆ เลยค่ะ มีหนวดหลิมๆ อีกด้วย วู้ว จั๊กจี้! ดูไปดูมาหน้าคล้ายๆ David Schwimmer เหมือนกันนะ (ที่เล่นเป็น Ross ในซีรี่ย์เรื่อง Friends) คลิปที่เอามาให้ดูชื่อเพลงแปลเป็นภาษาบ้านเราได้ว่า "นี่เรื่องจริงหรือว่าฝันไป" เป็นซิงเกิ้ลที่ไพเราะเอาการทีเดียวเลยล่ะค่ะคุณ

เดี๋ยวเอามาลงให้โหวตเพิ่มนะคะ ดูสองคนนี้ไปพลางๆ ก่อน

****อ่านบล็อคก่อนหน้านี้ได้ที่นี่****

Wednesday, November 22, 2006

Late Night Discussion with Frau Katherine Devanagari von Brechenmacher

ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องสเก็ตน้ำแข็งไปแล้ว จะไม่พูดถึงนักสเก็ตน้ำแข็งก็จะกระไรอยู่ เมื่อคืนอิชั้นทำตัวเป็นมาช่า (ไม่หลับไม่นอน) เพราะมัวแต่เมามันกับการอภิปราย youtube conference ข้ามทวีปร่วมกับคุณหญิง Frau Katherine Devanagari von Brechenmacher (คณิกาบาลีฯ) ที่ขณะนี้พำนักอยู่ที่เมือง Tübingen ประเทศเยอรมัน ภายใต้หัวข้อเรื่อง นักสเก็ตน้ำแข็งชายคนใด น่ากินที่สุด’ (The Most Edible Male Figure Skaters of All)

ผู้เข้ารอบทั้งหมดมีดังต่อไปนี้

Photobucket - Video and Image Hosting
1. นาย Jeffrey Buttle อายุ 21 ปี แคนาดาส่งเข้าประกวด


ความเห็นของข้าพเจ้า
“ชอบน้องเจฟเวลาแสดง exhibition (โชว์หลังการแข่งขัน) เพราะแต่งตัวเซอร์ถูกใจเจ่มาก น้องคนนี้มีสไตล์การหมุนตัวที่ครีเอทีฟกว่าใคร แถมยังผมบล็อนด์ ตูดเด้ง แอบสาว หน้ายังน่ารักด้วย”
ความเห็นของ Frau Katherine
“ถ้าน้องเค้าผมสีดำ จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่านี้”

Photobucket - Video and Image Hosting
2. Johnny Weir อายุ 22 สหรัฐอเมริกาส่งเข้าประกวด

ความเห็นของข้าพเจ้า
“น้องจอนนี่คนนี้ออกสาวทั้ง on และ off ice โดยที่ไม่เคยกลัวใคร (เจ่ขอปรบมือให้) จุดแข็งของน้องคนนี้คือลีลาที่อ่อนช้อยและพริ้วไหวดุจสายลมและสองเรา”
ความเห็นของ Frau Katherine
“ถ้ามันไม่สาวขนาดนี้ จัดว่าหล่อน่ารักเลยนะเนี่ยยย”

Photobucket - Video and Image Hosting
3. Brian Joubert (อ่านว่าชูแบรฺ) อายุ ยี่สิบกว่าๆ มั้ง ฝรั่งเศสส่งเข้าประกวด

ความเห็นของข้าพเจ้า
“เพลง aerodynamic ของ Daft Punk ในคลิปนี้เริ่ดมากชั้นชอบ คนนี้เป็นคนชาติเดียวกันกับผัวอีไนน์ มันดูแมนที่สุดแล้วล่ะในวงการสเก็ตน้ำแข็งตอนนี้”
ความเห็นของ Frau Katherine
“ทำไมหน้าเหมือน*อีก้องเลยอะแก”
*อีก้องคือเพื่อนสาวสมัยที่เรียนอักสอน

Photobucket - Video and Image Hosting
4. Evan Lysacek อายุ 21 ปี สหรัฐอเมริกาส่งเข้าประกวด

ความเห็นของข้าพเจ้า
“โอ้ยยย กูจะฟินนนนนนนนนน”
ความเห็นของ Frau Katherine
“หล่ออออออ”
ความเห็นของข้าพเจ้า
“แมนจังเลยค่ะคุณ สูงยาวเข่าดีแบบนี้ xxx น่าจะใหญ่ยาวทีเดียว”
ความเห็นของ Frau Katherine
“เออ xxx มันต้องแข็งแกร่งแน่ๆ เลยแก”
ความเห็นของข้าพเจ้า
“หน้ามันออกแถบๆ เมอดิเตอเรเงี่ยนเนอะ”
ความเห็นของ Frau Katherine
“แกดูรูปที่ 4 ในแกลลอรี่ดิ (คืออีต่อมันจัดแจงเข้าไปดูใน official website เรียบร้อยและ) นิ้วก้อยชี้สวยไรล่ะ”
ความเห็นของข้าพเจ้า
“เออ อีดอก แล้วเวลาพูดอะ สาวออกเชียว แต่ไม่เป็นไร กูเอาได้”
ความเห็นของ Frau Katherine
“หล่ออออออ”
ความเห็นของข้าพเจ้า
“โอ้ยยย กูฟินนนนนนนนนน (อีกรอบ)”


Photobucket - Video and Image Hosting Photobucket - Video and Image Hosting
5. Kip Carpenter อายุ 27 ปี สหรัฐอเมริกาส่งเข้าประกวด (คนนี้ไม่ได้เล่น figure skating แต่เล่นแบบ speed) **โทษทีคนนี้ไม่มีคลิปให้ดูนะคะ
ความเห็นของข้าพเจ้า
“ดูสิ กล้ามเนื้อขาเค้าเป็นมัดๆ เลยล่ะแก๊”
ความเห็นของ Frau Katherine
“ท่าทาง xxx เค้าจะแข็งแกร่งมาก”
ความเห็นของข้าพเจ้า
“ชั้นอยากโดนเค้าเอาขาล่ำๆ มาฟาดตัวชั้น ชั้นจะฟินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน”

ท่านผู้อ่านละคะ คิดว่าคนไหน ‘น่ากิน’ ที่สุด (ให้คิดซะว่าทุกคนเป็นชายแท้ทั้งหมด) เปิดโหวต ณ บัดนี้ค่ะ!

Friday, November 17, 2006

ชั้นไม่ใช่กบ สุวนันท์ (เพราะชั้นเก่งกว่ามาก) ภาคสอง

(อ่าน ภาคปฐมบทได้ที่นี่ )

หลายปีให้หลัง ชั้นได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนทำไร่ทำสวนไกลถึงประเทศแคนาดา คุณก็รู้ใช่มั้ยคะ ว่าแคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศตัวแม่ที่มีทักษะเป็นเลิศในการเล่นกีฬาฤดูหนาว ในเย็นวันที่หิมะตกไหล ลงที่หน้าต่างวันนึง ครอบครัวอุปถัมถ์พาชั้นไปเล่นสเก็ตน้ำแข็งที่ลานในเมือง ผู้เป็นพ่อหัวร่อต่อกระซิกกับผู้เป็นแม่กันอย่างยกใหญ่ เพราะหวังว่าจะได้เห็นเด็กเอเชียตาดำๆ หกล้มหัวฟาด ปากแตก อยู่บนลานน้ำแข็ง แต่วินาทีที่ชั้นก้าวขาลงไปในลาน อีพ่อและอีแม่ก็มีอันต้องหน้าหงาย เพราะชั้นล้มจริงๆ ป่าว ไม่ใช่ (ถ้าล้มแล้วกูจะเล่าทำไมล่ะ) อีพ่ออีแม่ฝรั่งของชั้นมันก็ต้องหน้าหงาย เพราะว่าอีเด็กไทยคนนี้มันสู้คนค่ะ มันเคลื่อนตัวไปรอบๆ ลานน้ำแข็งด้วยความเร็วราวกับนักฮอกกี้ฝีตีนเยี่ยม เชอะ รู้จักชั้นน้อยไปซะแล้ว จากนั้นเป็นต้นมาชั้นก็โดนโค้ชฮอกกี้น้ำแข็งของทีมโรงเรียนทาบทามให้ไปเล่น แต่พ่อแม่ฝรั่งมันห้ามไว้ค่ะเพราะกลัวชั้นจะหน้าแหกกลับเมืองไทย เวลาก็ดำเนินผ่านไปเรื่อยๆ จนตอนชั้นเข้ามหาลัย ตอนนี้เองที่ได้มีโอกาสเรียนสเก็ตน้ำแข็งอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แล้วในที่สุดชั้นก็มีรองเท้าเป็นของตัวเองงงงง กี๊ซซซซซซซซซ…

ก่อนที่จะเล่าต่อไป ขอคั่นรายการด้วยเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของกีฬาประเภทนี้นิดนึงนะฮะ สเก็ตน้ำแข็งเนี่ยจริงๆ แล้วมันมีหลายแบบ อย่างที่เห็นเล่นกันทั่วไปก็จะเป็น สเก็ตน้ำแข็งลีลา หรือ figure skating (เพราะว่าแต่ก่อนเค้าแข่งกันว่าใครสามารถสเก็ตเป็นตัวเลข ((figure)) ได้สมบูรณ์ที่สุด ยังไม่มีการกระโดด หมุนหรืออะไรโลดโผนเหมือนปัจจุบัน) แล้วก็ ice hockey (กีฬาที่ผู้เล่นมีอัตราการชกต่อยกันมากที่สุด) stereotype ทั่วไปก็คือ ผู้ชายจะเล่น ice hockey ส่วนผู้หญิงหรือผู้ชายใจหญิง ก็มักจะเล่น figure skating นอกจากนี้ยังมี speed skating (แข่งวิ่งเร็วอย่างเดียว) รองเท้าสเก็ตอันนี้ใบมีดมันจะยาวๆ (ดูภาพประกอบ) เพื่อให้สเก็ตไปได้เร็วและไกลกว่า

Photobucket - Video and Image Hosting
ตัวอย่างรองเท้า speed skates (หนิ ชั้นให้ดูแค่รองเท้านะยะ)

ยังไม่หมดนะ ยังมี pair skating กับ ice dance เแตกออกมาจาก figure skating อีกทีนึง pair ก็คือการเล่นคู่ ซึ่งจะมีการโยน มีเหวี่ยง มีจับทุ่ม เอาหัวชะนีโขกน้ำแข็งอะไรต่างๆ นานา โลดโผนมากค่ะ ส่วน ice dance ก็จะเป็นเหมือนเต้น ballroom เพียงแต่ย้ายมาเต้นบนน้ำแข็งเท่านั้นเอง โดยส่วนตัวแล้วชั้นไม่ค่อบชอบดู ice dance เท่าไหร่ เพราะมันไม่มีกระโดด ไม่มีหมุนตัว ไม่มีการประทุษร้ายชะนี น่าเบื่อมากฮ่ะ อ่อ อีก discipline นึงก็คือ synchronized skating อันนี้คล้ายๆ ระบำใต้น้ำ แต่ว่าย้ายมาทำบนน้ำแข็งอีกแล้ว ประเภทนี้ดูแล้วเพลินค่ะ แต่เล่นยากมากมาย เพราะมันต้องทำให้พร้อมกับเพื่อนชะนีในทีม ในเมืองไทยตอนนี้ที่คนนิยมเล่นกันก็จะมีแค่ ice hockey กับ figure skating เท่านั้น (เคยเห็น speed skating บ้างประปราย แต่ไม่เยอะ)

กลับมาที่ชีวิตชั้นต่อนะคะ ถึงตอนที่อิชั้นได้ไปลงเรียนสเก็ตน้ำแข็งอย่างเป็นทางการซะที ช่วงนั้นเรียนอยู่ประมาณปีสองต้นๆ ใครที่ชั้นเป็นเพื่อนด้วย จะเห็นชั้นเป็นอีบ้าแบกกระเป๋าใส่รองเท้าสเก็ตไปมหาลัยอยู่ประจำ (เพราะจะได้เลยไปซ้อมที่ world trade เลย ไม่ใช่จะไปซ้อมที่มหาลัย มหาลัยชั้นไฮโซก็จริง แต่มันไม่มีลานสเก็ตให้ชั้นเล่นหรอกนะ) คลาสที่ชั้นเรียนเป็นคลาสกลุ่ม มีเด็กเรียนประมาณ 7-8 คน มีชั้นเป็นเด็กโตคนเดียว ในใจก็อายเด็ก แต่เชอะ แกล้งตีหน้าสวยเข้าสู้ เพราะชั้นมีพื้นฐานมามากกว่าพวกมัน คลาส beginners ตามหลักสูตรเก่าของ ISI (Ice Skating Institute) ซึ่งจะเรียงเป็นขั้นๆ เริ่มจาก Pre-Alpha (สำหรับคนที่ไม่เคยมีพื้นฐานมาเลย) Alpha Beta Gamma จนถึง Delta พอจบพวกนี้แล้วก็จะขึ้นไปเป็น Freestyle 1 เรื่อยไปจนถึง Freestyle 10 เรียกได้ว่าใครเล่นได้ถึงขั้นนี้ ให้เตรียมจุดธูปจุดเทียนไปกราบไหว้บูชาได้เลย เพราะเก่งเหนือมนุษย์จริงๆ

ตอนแรกเลยจะเรียนเรื่องการทรงตัว การก้าวขา การล้มให้ถูกวิธี การหยุด การกลับตัวแบบ 3 turn (เรียกว่า 3 turn เพราะว่าถ้าทำถูก รอยบนพื้นน้ำแข็งจะเป็นเลขสาม สวยๆ) การกลับตัวแบบ Mohawk (กลับตัวแบบย้ายจากขาหนึ่ง ไปอีกขาหนึ่ง) การ crossovers (สับขาสวยๆ เวลาเลี้ยวโค้ง) พอปีกกล้าขาแข็งแล้วจะได้เรียนท่า shoot the duck หรือท่ายิงเป็ด (นั่งยองๆ แล้วยกขาข้างหนึ่งไปข้างหน้าในขณะที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่) ต่อด้วยการหมุนตัวแบบสองขา (สองขาอยู่บนพื้นน้ำแข็ง) ต่อด้วยท่ากระโดดแบบ bunny hop ซึ่งเหมือนกำลังสะดุดก้อนหินมากกว่ากระโดด (ท่านี้เป็นท่าที่เตรียมพร้อมคนเรียนให้กล้ายกตัวขึ้นจากน้ำแข็ง) และสุดท้ายคือการกระโดด waltz jump (กระโดดกลับตัวครึ่งรอบแล้ว landing โดยขาข้างเดียว) เอาเป็นว่าถ้าทำพวกนี้ได้หมด โดยที่ยังมีชีวิตอยู่ แกก็สามารถไปทำโปรแกรมสอบวัดระดับ Freestyle 1 ได้เลย เหมือนที่ชั้นทำมาแล้ว...

WARNING: YOUTUBE CLIP AHEAD
คำเตือน: ระวังคลิปยูทู้บกำลังมา

**********************************
****************************
***********************
****************
***********
*******
****
**
*

ก่อนไปขอทิ้งคลิปให้ดูเพื่อเรียกน้ำย่อยซะหน่อยละกัน ในความคิดชั้นนะ นักสเก็ตคนนี้ตอนนี้เป็นนักสเก็ตรุ่นใหม่ที่เก่งแล้วก็ fluid ที่สุดแล้วล่ะ

Johnny Weir หนึ่งในนักสเก็ตชาย (ใจหญิง) ที่ชั้นชื่นชมมากที่สุด เพราะเค้าเก่งและที่สำคัญที่สุดคือเค้าเล่นด้วย passion จริงๆ แอนนิเวย์ที่เห็นในวีดีโอคือพวก step sequences ต่างๆ (นักสเก็ตน้ำแข็งที่เก่งๆ จะต้องเล่นท่าต่างๆ ให้ออกมาแล้วดูเหมือนง่ายและ effortless )

กูดูแล้วกูฟิน อ๊าาาาาา!

Thursday, November 16, 2006

ชั้นไม่ใช่กบ สุวนันท์ (เพราะชั้นเก่งกว่ามาก) ภาคปฐมบท

(หลังจากที่บล็อคชั้นมีอาการผีเข้าผีออกอยู่ระยะหนึ่ง ขณะนี้เหตุการณ์ได้เข้าสู่ภาวะปรกติแล้ว อิชั้นจึงสามารถมาทำการอัพบล็อคได้ตามปรกติ ฮิ้ววว ปรบมือต้อนรับชั้นหน่อยเส่ะ)

จากการที่ได้เข้าไปอ่านบล็อคของ หวานเย็น เอ็นร้อยหวาย มา อิชั้นก็ได้สำเหนียกว่าบล็อคที่มันมีสาระหน่ะ เค้าเขียนกันแบบนี้นี่เอง (ถ้าตามลิ้งค์ไปดูจะเห็นว่ามีการให้ reference เป็น clip จาก youtube ไว้ด้วยเป็นสำคัญ) ชั้นก็เลยรู้สึกผิดนิโหน่ยที่ใช้บล็อคแห่งนี้เป็นที่รองรับอารมณ์ป่าเถื่อนของตัวเองมาโดยตลอด ฮาวเอเว่อ วันนี้ชั้นจะลองเขียนอะไรที่น่าจะเป็นประโยชน์แก่คนที่เข้ามาอ่านบ้างไม่มากก็มาก (เอ๊ะ ยังงายยย) ขอเริ่มเปิดประเด็นเลยนะคะ

หลายๆ คนคงรู้แล้วใช่แมะ ว่ากีฬาที่ชั้นทั้งชื่นชอบชมและชื่นชอบเล่นนั้นคืออะไร ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ระบำใต้น้ำ ยิงธนู หรือตี่จับ แล้วก็ไม่ใช่ตะกร้อลอดห่วงด้วย มึงนี่ก็เดาไปเรื่อยเนอะ หากแต่มันคือ สเก็ตน้ำแข็งค่ะ ไม่ต้องตกใจไปค่ะ ทักษิณยังไม่กลับเข้าประเทศ อ่านถูกต้องแล้วล่ะค่ะ มันคือ สเก็ตน้ำแข็ง หรือที่ภาษาสากลเค้าเรียกว่า ice skating นั่นเอง มาถึงตรงนี้แล้วหลายๆ คนอาจจะมีคำถามว่าแล้วทำไมละคะ กีฬาอย่างอื่นก็มีตั้งมากมาย เมืองไทยก็เป็นเมืองร้อน ฟ้อนเล็บ ทำไมจะต้องสะเออะไปเล่นกีฬาตอแหลแบบนั้นด้วย คำตอบส่วนหนึ่งก็คือกูตอแหลไงคะ ส่วนที่เหลือก็คือ อิชั้นเป็นคนที่เล่นกีฬาที่เป็นทีมแล้วล้มเหลวค่ะ เพราะเล่นแล้วรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ชั้นไม่เข้าใจว่าทำไม๊ ทำไมชะตากรรมแพ้ชนะของชั้นจะต้องไปตกอยู่ในกำมือของคนอื่นอีกหลายๆ คนด้วย เล่นคนเดียว เวลาชนะก็สวย สวย สวย คนเดียว ได้รางวัล ได้หน้าไปคนเดียว (แต่ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมาก็เหี้ยเหมือนกันนะฮะ ในจุดนี้) แล้วกีฬาอะไรก็แล้วแต่ที่เล่นคนเดียว แกจะได้พบกับคู่แข่งที่ (หน้าตา) น่ากลัวที่สุด นั่นก็คือตัวมึงเองไงละคะ การได้สู้กับตัวเองนี่มันเป็นอะไรที่ชาเล้นจิ้งมากๆ อีกอย่างนึงที่สำคัญเลยคือกีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาที่เล่นแล้วพลิ้วสวย หมวยเอ็กซ์ ถึงแม้ว่ามึงจะหน้าเหี้ยขนาดไหน ถ้าเล่นสวย หน้าก็จะสวยขึ้นมาโดยพลัน (เพราะวิ่งเร็วปรู๊ดปร๊าดไปมา คนดูไม่ทันได้เห็นหน้า)

Photobucket - Video and Image Hosting
ภาพสมัยชั้นเรียนอยู่เซ้นโย (นี) กำลังฝึกซ้อมอย่างแข็งขัน

ความชอบในกีฬาชนิดนี้มันมาจากเมื่อครั้งยังเยาว์วัย มันจะมีรายการที่ชื่อว่า กล้าคิด กล้าทำ ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กไทยแก่แดดทั้งหลายได้ทำในสิ่งที่อยากทำหรืออยากเป็น อิชั้นก็จัดแจงเขียนจดหมายไปเลยคร่าาาา ไปบอกว่าอยากเล่นสเก็ตน้ำแข็งอย่างโง้นงี้ สองสามเดือนผ่านไปก็มีไปรษณียบัตรตอบกลับมาจากรายการ นัดวัน เวลาให้ไปถ่ายรายการ คนที่บ้านก็เช็คกันให้วุ่น สรุปว่ามันส่งมาจากรายการจริงๆ ไม่ได้เป็นแก๊งค์หลอกชั้นไปเป็นสางเขียว (แอบเสียดายนะ) เพราะว่าไม่มีใครรู้ว่าชั้นเขียนจดหมายไปรายการนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ในที่สุดก็ได้ไปออกค่ะ แต่ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ เพราะชั้นเล่นเก่งกว่าโค้ชที่รายการเอามาสอนชั้นอีก แล้วไฮไลท์ไม่ได้อยู่ตรงที่ได้ออกทีวีหรอกนะ แต่อยู่ตรงที่ได้ตุ๊กตาจากเรนฟลาวเวอร์ เพราะว่าเห็นเด็กคนอื่นที่มาออกรายการได้ตุ๊กตาแล้วอิจฉา คราวนี้โอกาสเป็นของชั้นแล้ว 555

เอาเป็นว่าการไปออกรายการในครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ทำให้เริ่มชอบและสนใจกีฬาชนิดนี้ จากนั้นเป็นต้นมาอิชั้นก็ไปเล่นบ่อยมากเลยค่ะ ช่วงนั้นสเก็ตน้ำแข็งกำลังเป็นที่นิยม (สมัยทาทายังไม่ทำนม และแฟชั่นกางเกงขากระดิ่งกะเสื้อจีออดาโนหลากสีกำลังมาแรง) มีลานสเก็ตให้เลือกเล่นมากมายหลายที่เลยทีเดียว แต่ว่าตอนนั้นชั้นเป็นเด็กยากจน เลยไม่กล้าขอเงินที่บ้านซื้อรองเท้าสเก็ต (ที่แพงกะหรี่มากๆ) อยากจะเรียนก็ไม่ได้เรียน เลยต้องฝึกฝนด้วยตัวเอง ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรนะคะ แค่วิ่งไปรอบๆ ลาน สวย สวย สวย เบรกได้ ล้มได้โดยไม่ให้มดลูกกระเทือน เบสิกประมาณนี้...

โอ้ยยย บล็อคเริ่มยาว เดี๋ยวจะมาเล่าต่อนะคะคุณ

Wednesday, November 08, 2006

เอากะมันซี้

อีบล็อคเลว อีลูกสุนัขจิ้งจอก
*
**
*
มึงทำลิ้งค์กูหายไปหมดเลย
*
**
*
เอาของๆ กูคืนมาเดี๋ยวนี้นะ
*
**
*
อีเหี้ย!