Tuesday, May 22, 2007

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แต่เดี๋ยวอาทิตย์หน้า็จัดใหม่ได้คร่าาาา

"ปาร์ตี้นี้เค้าเซ็กซี่ดีจริงๆ ค่ะ" พริตตี้มืออาชีพกล่าว

ผ่านไปแล้วค่ะกับงาน “ปาร์ตี้แดกเหล้า แมงเม่าบินเข้ากองไฟ พิศมัย วิไลศักดิ์” ที่อุบัติ (หรืออุบาทว์) ขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาโน้นนนน ก่อนอื่นต้องขอประนมมือนาบนมน้อยๆ ของอิชั้นกราบขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่สละเวลามาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียงกัน (ถึงแม้ว่าจะมีบางคนที่เพิ่งโผล่มาตอนสี่ทุ่มก็ตาม – อีพัท ใจมึงเนี่ยเนอะ) งานเริ่มเลทนิดเนิง เพราะว่าอีซุปเป้อมาเก็ตมันคิดว่ามันเป็นใคร มันถึงไม่ยอมให้ชั้นซื้อเหล้าก่อนห้าโมง กูไปถึงห้างตั้งแต่สามโมง ต้องเดินวนไปวนมาอยู่ในนั้น จนยามมันนึกว่าจะมาขโมยของ พอห้าโมงปุบชั้นก็หนีบไวน์สองขวด (ที่ยังไม่ได้จ่ายเงิน) บึ่งแท็กเซ่กลับบ้านทันที กลัวจะไม่ทันการ เพราะยังไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลยสักอย่าง (ยกเว้นที่รองนั่งส้วมที่ชั้นให้พ่อชั้นมาเปลี่ยนให้แล้ว) แขกคนแรกที่มาคือ คุณไนน์ คลายกล้ามเนื้อ ซึ่งเจอกันตั้งแต่อยู่ห้างแล้ว ขอบคุณมากมายนะคะตรงนี้ ที่อุตส่าห์มาช่วยเลือก (และถือ) ของกัน (จริงๆ แล้วควรจะเป็นอีน้อยที่มาคนแรก เพราะว่าก่อนหน้านี้ได้ตกลงกะมันไว้แล้วว่า...
ชั้น: น้อยๆ แกแน่ใจใช่แมะว่าแกมีจานกระดาษ ชั้นจะได้ไม่ต้องซื้อไป…. โอเคๆๆ งั้นแกมาซักประมาณห้าโมงครึ่งนะ เพราะจะได้เอาอาหารจัดใส่จานกระดาษ
แล้วไงล่ะ อีน้อยเสือกมางานตอน 3 ทุ่มครึ่งซะงั้น ดีนะที่กูพอเจียดหาจานมาใส่ได้ ไม่งั้นคงต้องแกะอาหาร เทลงพื้นแล้วเลียแดกกันเอาเอง) แถตามมาติดๆ คือ อีวิกขี้ ที่ไม่ได้มาคนเดียว เพราะชีแอบเอาลูกสาวอายุ 6 เดือนพกใส่กระเป๋าหน้ามาด้วย ชีมากับลูกชิ้นลูกโตเสียบไม้ประมาณ 1,000 ไม้ และหนังไก่ทอดสองถุง (คนท้องเค้าให้แดกอะไรเสื่อมๆแบบนี้ด้วยหรอวะ) กับข้าวเหนียวอีกถุงนึง

บาร์เหล้ากะละมังถังแตด บาเทนดี้เป็นกะหรี่เก่า แมงเม่าบินเข้ากองขี้
"ว่าแต่ว่าจะรับไปดื่มสักแก้วมั้ยคะ?"

ต่อจากนั้นก็ทยอยๆ กันมามากมาย กูก็จำไม่ได้แล้วว่าใครมาก่อนมาหลัง ชั้นไม่มีเวลามานั่งจำ เพราะมัวแต่สาละวนปรุงเครื่องดื่มซางเกรียสูตรพิเศษอยู่ ซางเกรียคือเหล้าแบบสเปนเป็นไวน์แดงผสมโน่นผสมนี่แล้วใส่ผลไม้เป็นชิ้นๆ มีรสหวาน ทานง่าย แล้วเมาง่าย (มาก) ด้วย (ภายหลังชั้นกลัวเพื่อนไม่เมา ชั้นเลยแอ๊บแบ๊วเทว๊อดก้ากับเหล้ารัมลงไปผสมด้วยประมาณอย่างละครึ่งขวด)


"แกมาเลทไปสามชั่วโมง แกไม่เคารพชั้นบ้างเลย"

พอชะนีเริ่มหน้าตึงๆ ชั้นก็เปิด dvd นักรักบี้ฝรั่งเศสแก้ผ้าถ่ายปฏิทินให้ชะนีได้หีฟูกันถ้วนหน้า พร้อมกับเปิดเพลง it’s raining men ประกอบ ดูเผินๆ แล้วเหมือนกับฉากหนึ่งในซาวน่าเกย์เลยทีเดียว

ชั้นไม่รู้สึกผิดนะ แต่ชั้นเห็นใจที่เพื่อนบ้านและยามคอนโดข้างล่างจะต้องมาทนฟังเสียงชะนีกับตุ๊ดกรี๊ดๆ ตลอด 4 ชั่วโมงเต็ม

ชีทำให้โลกเห็นว่าการตั้งครรภ์ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำตัวเป็นโสเภณี ขี่จรวดแต่อย่างใด

ในงานไม่มีกิจกรรมอะไรเลย นอกจากโพสท์ท่า (เหี้ยๆ) ถ่ายรูป ใส่วิกถ่ายรูป แดกเหล้า แดกขนม เต้นเป็นกะหรี่ ประชันนม เล่นมุขหี ลุ้นผู้ชายแก้ผ้า แต่งหน้า (โปรดกลับไปอ่านซ้ำตั้งแต่แรก)

ศึกประชันหี

เหล้าหมด เหล่าชะนีเมารั่วกันได้ที่ ก็ได้เวลาไปหาที่เป็นกะหรี่ต่อ เมื่อชะนีทั้งเจ็ดปรากฏกายในซอยสอง ทำเอาเกย์ กะเทยทั้งหลายเกิดอาการจิตตก ชี้ชวนกันมอง แล้วซุบซิบประมาณว่า ชะนีฝูงนี้มาทำอะไรกัน แต่ด้วยความเซ้วและเซ็กซี่ อีพวกนี้มีหรือจะใส่ใจกับเสียงนกเสียงกา เดินเรียงแถวหน้าเริ่ดนมเชิ่ดเข้าดีเจกันเชิ้บๆ

จะแคร์ไปทำไม ในเมื่อใจมันเรียกร้อง

หลังจากเข้าไปแล้วทุกอย่างก็เป็นภาพเบลอ รู้แต่ว่ามีเรื่องมากระทบกระเทือนจิตใจชั้นมากในดีเจคืนนั้น แต่ในเมื่อปารีส ฮิลตันไม่กลัวตำรวจจราจรฉันท์ใด กูก็ไม่เข็ดกับอีเรื่องเล็กๆ แค่นี้ฉันท์นั้น ชิส์

อ่อ ชั้นลืมเล่าว่าอีพวกชะนีมันหักหลังชั้น (ทั้งๆ ที่อุตส่าห์ซื้อตัวไว้เกือบหมดแล้วทุกคน) เพราะมันสุมหัวกันวางแผนหนีไปซอยสี่ ไปเต้นสีกับพวกคนดำไนจีเรีย อีเพื่อนกะเหร่ไม่รักเด!

** แต่ในฐานะเจ้าภาพ อิชั้นขอเสนอรางวัลให้บุคคลดีเด่นดังต่อไปนี้ **

ี้
รางวัลหีอิลาสติกดีเด่น (หียืดหยุ่น) ได้แก่ อีจาบ อาบน้ำเงี่ยน

"พุซซี่แคทดอลล์หรือจะสู้พุซซี่อีลาสติกของช้านนนนน"

รางวัลเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยมได้แก่ อีน้อย คล้อยตามกะเหร

"บางทีชั้นก็รู้สึกเซ็กซี่"

รางวัลแรดเงียบดีเด่นได้แก่อีไนน์ คลายกล้ามเนื้อ

"ชั้นไม่ได้มาววว ชั้นแค่มีความสุข .. alors, je parle beaucoup de le francais..."

รางวัลนักดื่มมืออาชีพยอดเยี่ยมได้แก่ นังดุ๊กดิ๊ก กระติกน้ำแข็ง
(ที่ก่อนแดกเหล้าชีมีการดื่มนมเคลือบกระเพาะก่อนด้วย)

"มองไรย่ะหล่อน!"

รางวัลหี...สีผมยอดเยี่ยมได้แก่ อีจ๋า เลี้ยงหมาเนย

"พอดีเมื่อคืนเมนส์มาเยอะไปนี้ดส์เนิงคร่าาาาา"

รางวัลพฤติกรรมกะหรี่ที่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างได้แก่อีซิ่ม อิ่มเซ็กส์
"บางทีถ้าหาชายแท้ไม่ได้จริงๆ ก็แอ๊บแบ๊วเอาตุ๊ดแก้ขัดไปก่อนสิเธ้อ"

รางวัลนางโลมมิตรภาพได้แก่ อีวิกขี้ พี้กัญชา

แอร์มือหนึ่งจากสายการบินนครชัยแอร์ที่อุตส่าห์จัดเวิร์กช้อพหัวข้อ "การแต่งหน้าอย่างไรให้โดนผู้โดยสารลวนลาม" ให้เพื่อนได้ความรู้กันถ้วนหน้า

อีเอ๋กำลังทำกริยาเฉไฉ

รางวัลเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยมได้แก่อีเอ๋ เฉไฉ
ที่แต่งเป็นควายอ้วนได้เหมือนจริงมาก แต่เนื่องจากคืนนั้นมึงแอบกลับบ้านก่อน ทางคณะกรรมการ (ที่มีชั้นคนเดียว) ขอริบรางวัลคืน ดังนั้นรางวัลนี้จึงตกไปอยู่กับอีวิกขี้ ที่ทำท้องป่องได้เหมือนคนท้องมากๆคนอื่นๆ ที่พลาดรางวัลไป คราวหน้าขอให้พยายามให้มากกว่านี้นะคะ แล้วเจอกันโอกาสหน้าค่ะ

ภาพการละเล่นโบราณขี่ม้าส่งเมือง

Wednesday, May 16, 2007

ชั้นขอให้ทุกคนมาร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกันด้วย

ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะคุณ
**
คุณได้รับเชิญให้มาร่วมงาน
**
ปาร์ตี้แดกเหล้า แมงเม่าบินเข้ากองไฟ พิศมัยวิไลศักดิ์ ”

ด้วยเหตุและผลส่วนตัว (อย่าเสือก) ชั้นมีความจำเป็นต้องโยกย้ายไปพำนักอยู่ ณ เคหสถานย่านลาดพร้าว
(ส่วนจะเป็นที่ไหนในลาดพร้าว ข้อมูลตรงนี้ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของแก แน่จริงไปเซิร์จ google เอาเองเส่ะ) ดังนั้นเพื่อเป็นการทิ้งทวนส่งท้ายนิวาสสถานที่เป็นที่พำนักใจและซุกหัวนอนของชั้นและของเพื่อนชะนีที่แอ๊บแบ๊วกลับบ้านไม่ได้เวลาไปแดกเหล้ากัน (และของผู้ชายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของชั้นมาตลอดสองปีเต็ม) ชั้นจึงมีความใคร่กระสันฝันใฝ่อยากจะเชิญชวนเพื่อนๆ มากินเหล้า มาเมา (และเม้า) กันสวยๆ ตามวัน เวลา และเงื่อนไขข้างล่างนี้:

<< เมื่อไหร่ >>
วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2550

<< กี่โมง >>
18 นาฬิกาเป็นต้นไป

>> DRESS CODE<<
ใส่อะไรมาก็ได้ที่ทำให้คุณรู้สึกเซ็กซี่และเย้ายวน

ข้อตกลงสนธิสัญญาบราวนี่ย์
ชั้นจะเป็นคนเตรียมเหล้ายาเอง ส่วนพวกปลาปิ้ง (และของปิ้งอื่นๆ) พวกแกจะต้องหาเอามากันเอง ซื้อหรือทำอะไรมาก็ได้ที่คิดว่าเพื่อนจะแดกได้ อ้อ แล้วกรุณาซื้อหรือเอามาแบบปรุงสำเร็จรูปนะคะ เพราะห้องดิชั้นไม่เอื้อต่อการทำอาหารเป็นอย่างมากและชั้นก็ขี้เกียจล้างจานด้วย!

“แล้วในงานจะมีอะไรบ้างล่ะแก๊” อีจ๋า SMS มาถาม
“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกจ้ะ ชั้นแค่อยากจะหลอกล่อเพื่อนให้มาแดกเหล้ากัน โดยเอาเหตุผลย้ายบ้านมาอ้าง พอเมากันถ้วนหน้าแล้ว ชั้นจะได้หลอกพวกชะนีให้ไปซอยสองได้ง่ายยิ่งขึ้น คริ คริ ในงานก็จะเน้นการแดกเหล้าละลายพฤติกรรมให้เมาเป็นกะหรี่เป็นหลัก อีกทั้งยังมีกิจกรรมจับกลุ่มสุมหัวนินทาเพื่อนที่มันไม่มาร่วมงานหรือปฏิบัติภารกิจอยู่ต่างประเทศ มีการฟังดนตรีให้พอโยกตัวตามสวยๆ แล้วก็มีการร่วม (แย่ง) รับประทานอาหารกันค่ะ” เจ้าภาพตอบอย่างคล่องแคล่ว
















"เรามาจิบเครื่องดื่มสวยๆ กันตามประสาสาวยุคใหม่ ใส่จีสตริง"

ปล. ๑ ไม่ต้องตอบรับคำเชิญฉบับนี้ เพราะชั้นไม่ได้ให้พวกแกเลือกมาจะมาหรือไม่มา ถ้าแกกำลังอ่านประโยคนี้อยู่ แปลว่าแกกำลังคอนเฟิร์มว่าจะมาร่วมงานชั้นเรียบร้อยแล้ว

ปล. ๒ ชั้นขอประกาศตรงนี้ไว้เลยนะว่า
ชั้นจะปิดปาร์ตี้ตอนห้าทุ่มตรงเป๊ง เพราะชั้นจะจรลีรีบไปงานเต้นรำที่ DJ STATION ซอยสอง แล้วชั้นจะนอนตายตาหลับถ้าพวกแกมากับชั้นได้ ชะนีทั้งหลายอย่าลืมพกบัตรประชาชนและลากส้นเข็มมาด้วย

ปล. ๓ แขกท่านใดคิดว่าจะต้องขออาศัยค้างอ้างแรมที่ห้องดิชั้น
กรุณาสำรองพื้นที่ล่วงหน้าก่อน 24 ชั่วโมง ไม่งั้นชั้นจะไล่ให้ลงไปนอนกับหมาเนยที่ใต้ถุนคอนโด (ชอบล่ะเส่ะ กูรู้นะ!)

ปล. ๔ ใครอยากหนีบแอลกอฮอล์มาสมทบเจ้าภาพก็จงเอามาซะนะ เพราะชั้นสังหรณ์ใจว่าของที่ชั้นเตรียมไว้มันอาจจะไม่พ๊อออออออออออออออออ

ปล. ๕ (สุดท้ายแล้ว) ถึงแม้ว่าค่าเช่าจะแพง แต่ห้องชั้นก็ไม่ได้กว้างขวางอะไรมากมาย ดังนั้นกรุณาอย่าชวนคนมาเพิ่ม เพราะอาจจะทำให้มีบางส่วนต้องออกไปยืนตรงระเบียง หรือไม่ก็บนดาดฟ้าโน่นเลย แต่ถ้าคนที่แกจะชวนมาเป็น
ฝรั่งเพศชายอายุระหว่าง 18 - 40 (ทำไม range อายุกว้างมาก) หน้าตาดี ชั้นยินดีต้อนรับ แม้อาจจะต้องทุบฝาบ้านขยายพื้นที่ก็ตาม เจ้าภาพกำลังโสด (และเงี่ยน) ขอให้เข้าใจให้ตรงกันตามนี้ด้วย















"ถึงงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แต่ชั้นก็จัดใหม่ได้อยู่เสมอ"
เจ้าของงานทิ้งท้ายเอาไว้ให้คิด


จบถ้อยแถลงการณ์แต่เพียงเท่านี้

Thursday, April 19, 2007

สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติเมื่อไปใช้บริการที่ฟิตเนส

1. คุณผู้ชาย เกย์กล้ามปู กะเทยกระบังลมทั้งหลาย ไดร์เป่าผมอะค่ะ เค้ามีไว้เพื่อเป่าผมบนหัว ไม่ใช่เป่าขนที่อยู่ใต้สะดือ บางคนเอามาเป่าขนจั๊กกะแร้อิชั้นก็ว่าน่ารังเกียจแล้วนะคะ แต่ว่าที่น่ารังเกียจยิ่งกว่าคือการเอาไปเป่าเขตป่าสงวน มันยางงายยยยย ผ้าเช็ดตัวเค้าก็มีให้ ทำไมไม่เอามาเช็ด เดี๋ยวมันก็แห้งของมันเอง ถ้ากลัวมันอับชื้นนัก ทีหลังแกก็พกแป้งตรางูมาโรยก่อนใส่กางเกงในเส่ะ หยุดพฤติกรรมอันน่ารังเกียจแบบนี้เถอะค่ะ เห็นแล้วใจคอไม่ค่อยดี อิชั้นขอร้อง

2. การจิกผู้ชายอย่างประดักประเดิดจนเกินไป อย่าค่ะ อย่า ถึงแม้ว่าผู้ที่มาใช้บริการฟิตเนสร้อยละ 60% จะเป็นเพศทางเลือก แต่นั่นไม่ได้ความความว่าคุณจะสามารถทำอาการจิกพร่ำเพรื่อได้ ที่นี่ฟิตเนสนะคะ ไม่ใช่ซาวน่า

3. กรุณาอย่าแก้ผ้าอวดของค่ะ เข้าใจค่ะว่าอาจจะไปเติบโตหรือมีชีวิตอยู่ที่เมืองนอกเมืองนามาเลยติดนิสัยโทงๆ แต่ที่นี่เมืองไทยนะคะ หนุ่มไทยทั้งหลายเค้าไม่ชินค่ะ แล้วส่วนใหญ่อีคนที่บังเอิญเห็นเนี่ยมักจะอายเอง ส่วนชาวต่างชาติอิชั้นยกเว้นค่ะ เพราะเป็นธรรมชาติของเค้า อีกอย่างคือเค้ารีบถอด รีบใส่ค่ะ ไม่ได้ถอดแล้วทำอ้อยอิ่ง ทำเหมือนจะรอให้คนมาเด็ดเงาะกินซะงั้น


4. รู้ว่าห้องสตีมมันทำให้ร่างกายเรารู้สึกผ่อนคลาย แต่ว่ากรุณาอย่าทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบได้มั้ยค่ะ ทำเป็นหายใจแรง หายใจกระเส่า โอ้ว อ้า บ้างล่ะ อิชั้นใจคอไม่ดี


5. ยืนดูทีวี ไม่ควรค่ะ ไม่ควร เค้าให้มาออกกำลังกายนะคะ ไม่ได้ให้มายืนอ้าปากค้างดู HBO โน่นเลยค่ะถ้าอยากดูมากไปยืนมุงดูกันหน้าร้านแมงป่องตามห้างก็ได้ค่ะ ขวางทางเจงๆ กูจะเล่นสกีบก


6. อย่าทำเป็นอวดเก่งให้คนข้างๆ หมั่นไส้โดยการเล่นเครื่องแล้วปรับเลเว่ลสูงๆ หรือใส่เหล็กหนักๆ โดยที่ไม่ได้วอร์มอัพก่อน ไม่งั้นอาจจะเสียชีวิตคาเครื่องได้ อิชั้นเคยประสบมาแล้วด้วยตัวเอง


7. แอ๊บแบ๊วแต๊ะอั๊งเทรนเนอร์

Wednesday, March 28, 2007

หวานเย็นร้ายกับชั้นมาก

ไม่รู้เป็นไร อยู่ๆ ก็เกิดอาการเซอร์แดก Francesco Petrarca เข้าสิืงขึ้นมา อยากจะเป็นนักกวีซอนเน็ต (sonnet คือกลอน 14 บรรทัด มีการบังคับสัมผัสและพยางค์มากมาย) ด้วยความที่ตัวเองไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเรื่องบทกลอน (หรือเรื่องใดๆ เลย) ชั้นจึงไปปรึกษาตัวแม่่ ตัวแม่บอกว่าการที่คนเราจะเขียนกลอนได้นั้นต้องเป็นทุกข์ซะก่อน อะข้อนี้ checked เพราะชั้นก็เป็นทุกข์มากอยู่พอสมควร (เออ ก็เรื่องผู้ชายหน่ะเส่ะ) แล้วชั้นก็บอกหวานเย็นไปว่า
ชั้นไม่ถนัดเขียนกลอน เพราะรู้สึกว่ามันยาก แล้วก็มีข้อจำกัดมากมาย เช่น ต้องมีสัมผัส คล้องจอง ตอง ภครมัย ต้องมีระเบียบแบบแผน แดน ดีทูบี ซึ่งชั้นคิดว่าเอาเวลานั่งหาคำที่จะมาสัมผัสไปแต่ง prose หรือร้อยแก้ว แซวกะหรี่ ยังจะได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากกว่า แล้วนังหวานเย็นเงียบไป ชั้นก็นึกว่าคงจะหมด power of persuasion ซะแล้ว แต่ไม่ค่ะ นักเรียนทุนตัวแม่ซะอย่าง มีหรือจะยอม ชี (เอ๊ะ หรือจะใช้โพรนาวว่า ฮี ดี) เด้งกลับขึ้นมาใน MSN พร้อมกับกลอนซอนเน็ตหนึ่งบท ซึ่ง addressed ถึงชั้นโดยเฉพาะ แถมชียังเอาชื่อ MSN ของชั้นไปใช้ในกลอนของหล่อนซะด้วย (บรรทัดที่สองอะค่ะ)

เอาล่ะ มาดูความร้ายของชีกันเลยดีกว่า...

Can we taste the bitter from the sweet,
Sip sour sips from life's lush lips,
Stand where heaven and hell meet,
Laugh and cry, roll and flip,
while retaining, still, our sanity?
Love, hate, rush and wait,
Being stung while kissing bees?
I'm not sure if I'll lose my head-
After writing the damn sonnet,
which gives both pleasure in the pain,
of finding a perfect couplet,
to end with and start over again:
Life's a paradox of sun and moon,
There, Chanun, you're making me croon.

เท่านั้นยังไม่พอ ชีบังคับให้ชั้นไปเขียนซอนเน็ตตอบโต้แล้วเอามาลงบล็อคให้เป็นที่ประจักษ์กันโดยทั่ว หลังจากที่ชั้นอุทิศเวลา (ทำงาน) สามวันเต็มๆ ให้กับการเขียนซอนเน็ตบทแรกในชีวิต ผลลัพธ์ที่ได้ปรากฏอยู่เบื้องล่างนี้แล้ว

Oh, Varitta, how eloquently you speak of la vérité,
There's so much truth de la vie in your question,
How one sometimes yields to la insanité,
And not to mention the good ol' temptation,
You say, love, hate, rush and wait, I say,
The last two should've been lust and smut,
No matter if you're straight, taken, or gay,
'Know thyself', said Socretes, is a must"
Thanks to you, Varitta, for I'm starting to enjoy sonnet,
Ab-ab, cd-cd, look, I'm halfway through ef-ef!
What's left now, I fear, is a kick-ass couplet,
While Beyonce's belting out, "To the left, to the left"
Shit, I think we're getting stuck here, Varitta;
Tell me! Shall we sink ourselves in Sangsom, or Sambuca?

ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่บางสัมผัสอาจจะดู forced ไปหน่อย หรือพยางค์ในบางบรรทัดอาจจะน้อยหรือมากเกินไป ให้อภัยชั้นถอะค่ะ แต่จะว่าไปก็สนุกดีนะ มันสนุกตรงได้หาคำมาให้มันคล้องกัน แล้วข้อจำกัดทำให้มันท้าทาย
ก่อนจากกันไป ขอได้รับความขอบคุณจาก คุณวริตตา for you have Woolfed me big time...

เปรี้ยวปากวุ้ย

Friday, March 16, 2007

สิ่งต้องห้ามในการทำ profle หาคู่ทางอินเตอร์เน็ต

คราวที่แล้วพูดถึงเรื่องขนบไดอารี่ไป มาวันนี้อยากจะหยิบยกประเด็นเรื่องของการหาคู่ในอินเตอร์เน็ต (จะคู่นอน คู่ขา คู่ชีวิต หรืออะไรก็แล้วแต่) ด้วยประสบการณ์ที่ผู้เขียนสั่งสมมาตั้งแต่เมื่อครั้งแตกเนื้อสาว ดิชั้นได้ตระเวนใช้บริการเว็บประเภทนี้มาเกือบหมดทั้ง World Wide Web แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทุกคนต้องเคยใช้บริการเว็บพวกนี้อย่างน้อยก็คนละครั้งสองครั้ง ส่วนใหญ่ไซต์พวกนี้ก็จะมีฟังชั่นคล้ายๆ กัน เช่นการลงรูป ทำ profile ของเรา เพื่อดึงดูดทั้งเพศตรงข้ามและเพศฝั่งเดียวกัน ฟังชั่นส่งข้อความ ฟังชั่นแช๊ต (ยังจำ bangkokchat เว็บแช็ตซ่องสุมกะหรี่สมัครเล่นกันได้มั้ย ชั้นเคยปลอมตัวเป็นชะนี ไปแช็ตหลอกฝรั่งขี้เงี่ยนมาแล้ว ไม่เชื่อถามอีเปิ้ลสิ) อันนี้ก็แล้วแต่ความ sophisticated ของเว็บแต่ละเว็บ ด้วยความที่อิชั้นได้เคยลองผิดลองถูกกับบริการพวกนี้มาแล้วมากพอสมควร (ทั้งที่ทำผิดเองและจากที่สังเกตเห็นจากคนอื่น) จึงอยากจะพ้อยเอ้าท์ิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติในการทำ profile ในเว็บหาคู่ (เตือนไว้ก่อนว่า ข้อสังเกตส่วนใหญ่นี้ได้มากจากเว็บหาคู่เกย์ แต่บางข้อก็สามารถนำไปปรับใช้กับเว็บชายจริงหญิงแท้ได้เช่นกัน) ส่วนใหญ่จะมาตกม้าตายกันตรงรูปภาพหลัก (ที่เรียกว่า default photo) อะ เริ่มกันที่ข้อแรกเลยแล้วกัน

เอารูปถ่ายติดบัตรหรือที่ถ่ายอย่างเป็นทางการมาลงในโพรไฟล์

รูปภาพต้องห้ามหมายเลข 1

โอเค ใครสั่งใครสอนให้ทำแบบนี้คะ นี่จะมาหาผู้ชายนะคะ ไม่ใช่มาลงสมัครรับเลือกตั้งประธานชมรมหมากรุก บางคนแย่ไปกว่านั้น เพราะสิ้นคิดถึงขนาดที่เอารูปที่ใส่ชุดครุยมาลง โว้วววว กูไม่ได้อยากจะรู้ว่ามึงจบอะไร จากที่ไหนมา แค่อยากจะดูหนังหน้ามึงแค่นั้นแหล่ะ คุณๆ ขา ลงทุนหน่อยเหอะคะ เพื่อผลประโยชน์ของตัวคุณเองในระยะยาว อย่ามักง่ายเลย ไปยืมกล้องหรือไหว้วานให้เพื่อนมาถ่ายให้ก็ได้ แต่ถ้าไม่มีเพื่อน ก็ใช้มือถือนั่นแหล่ะคะ ถ่ายรูปตัวเอง ถ้ายังหารูปดีๆ ไม่ได้ ก็อย่าเพิ่งเอารีบเอาลงเลยค่ะคุณ รูปทางการแบบนี้ดูแล้วมันห่อเหี่ยว เก็บเอาไว้ไปใช้สมัครงานเถอะนะคะ อิชั้นขอร้องงงงง

ลงรูปที่ถ่ายตัวเองกำลังถ่ายรูปตัวเองอยู่ (เข้าใจที่ชั้นพูดใช่มั้ยคะ)

รูปภาพต้องห้ามหมายเลข 2: ใครเป็นคนต้นคิดท่าโพสแบบนี้วะเนี่ยยยยยย
พูดได้ว่า 80% ของโพรไฟล์ที่ชั้นประสบพบมา มักจะมีรูปตัวเองกำลังถ่ายรูปตัวเองอยู่ กล้องที่ใช้อาจจะเป็นกล้องดิจิทัล หรือไม่ก็กล้องจากมือถือ แล้วพร็อพที่ขาดไม่ได้เลยคือกระจกในห้องน้ำ เพราะสามารถถ่ายแบบเอ็กซ์ๆ ได้โดยไม่ต้องเกรงใจใคร รูปลักษณะนี้ถือว่าขาดความคิดสร้างสรรค์อย่างให้อภัยไม่ได้ แต่เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่า เปอเซ็นต์การใช้รูปแบบนี้ตอนนี้ลดลงมากพอสมควร

รูปที่ทำหน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดูหรือพยายามทำเซ็กซี่มากจนเกินพอดี

รูปภาพต้องห้ามหมายเลข 3
เกร็ดน่ารู้: กะเทยในภาพตอนนี้ี้ได้ไปขุดทอง (หรือแจกทอง) ไกลถึงเมืองเบียร์โน่นนะค้าาาาา
ประเด็นนี้แนวๆ เดียวกันกับเอนทรี่ที่แล้ว (คลิกกลับไปอ่านเดี๋ยวนี้นะ!) ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะคนเราจะดูน่ารัก ไม่จำเป็นต้องทำหน้าให้มันน่ารักนะคะ แอ๊บแบ๊วแะกะเทยหัวโปกทั้งหลายจงจำไว้ คริ คริ

เอารูปที่ถ่ายกะฝูงเพื่อนมาลง

รูปภาพต้องห้ามหมายเลข 4

อีดอก แล้วกูจะรู้มั้ย ว่าเจ้าของโพรไฟล์นี่มันคนไหน ถ้าเกิดกูไม่ชอบหน้ามึง แต่ไปชอบเพื่อนมึง มึงจะยอมติดต่อเพื่อนมึงให้กูมั้ยล่ะอีสัด ใจเย็นค่ะเจ้า
ของบล็อค จริงๆ แล้วทางแก้ของปัญหานี้ไม่ยากเลย เก๊าะทำลูกศรชี้สิคะว่าคนไหนเป็นที่ต้องการหาคู่ (เหมือนในรูปข้างบนนี้) ไม่ก็เขียนกำกับว่าใส่เสื้อสีอะไรและกำลังทำอะไรอยู่ในรูป แต่ก็นะ โพรไฟล์ของมึงเอง จะเอาคนอื่นที่เค้าไม่เกี่ยวอะไรด้วยมาลงทามมายยยยยยยย ไม่กลัวโดนแย่งซีนหรอคะ

ข้อนี้สืบเนื่องจากข้อที่แล้ว บางคนถึงไม่เอารูปที่ถ่ายกะเพื่อนฝูงมาลงก็จริง แต่เห็นได้ชัดเจนเลยว่า crop คนอื่นในรูปออกไปอย่างไม่แนบเนียน

รูปภาพต้องห้ามหมายเลข 5: ตัวอย่างนี้เหี้ยมากค่ะ ไม่ทราบว่าอันนี้ใช้อะไำรคร๊อปรูปคะ กรรไกรตัดเล็บหรือป่าว เพราะยังเห็นทั้งตาเพื่อน โหนกแก้มเพื่อน ต้นแขนเืพื่อนและซองทวิสตี้ได้อย่างชัดเจนมาก ไม่ผ่านค่ะ!

ประมาณว่ายังเห็นมือของอีเพื่อนที่โดนตัดหัวตัดตัวไปแล้วเกาะอยู่บนไหล่ของเจ้าของโพรไฟล์อยู่เลย เห็นแล้วสยองค่ะ ทางที่ดีไป photoshop แก้ไขให้มันดีซะก่อน ไม่งั้นก็เปลี่ยนเอารูปเดี่ยวลงซะเลยจะฉลาดกว่ามั้ยคะคุณ

ต่อมาคือการถ่ายรูปแบบ "ผักชีโรยหน้า"

รูปภาพต้องห้ามหมายเลข 6

อันนี้คาดตาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องโบกหน้าใหชีเลยเพราะตาหล่อนเบิกโตมาก จะว่าไปบ้านเค้าถือว่าไม่ค่อยรกเท่าไหร่นะ ยังพอให้อภัยได้ แต่เธอเห็นอย่างที่ชั้นเห็นมั้ย... ชั้นเห็นเข่งบรรจุอะไรก็ไม่รู้อยูู่้ตรงกระได

รูปภาพต้องห้ามหมายเลข 7

โอเค หน้าตา ท่าทางชั้นให้ผ่านแล้วกัน ฉากหลังอันนี้ไม่รกนะ แต่ออกแนวสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม พรั่งพร้อมไปด้วยประตูที่ผุผังและราวตากผ้าที่ดัดแปลงมาจากสายไฟเก่าๆ

คือใจหล่อนมันก็มัวแต่ห่วงแต่จะเบ่งตาให้โต ทำหน้าให้มันดูน่ารักเข้าไว้อะนะ แต่ไม่ได้ดูฉากหลังเล้ยยยว่ามันสลัมบอมเบย์ บ้านรกโสมมขนาดไหน บางคนเสื้อผ้า หม้อข้าวจานชามกองพะเทินเทินทึกกันอยู่ข้างหลัง บางคนฉากหลังเป็นพัดลมฝุ่นเกาะ ตู้เสื้อผ้าแบบผ้าพลาสติกรูดซิบ (!?) พร้อมกับโปสเตอร์รูปกอล์ฟไมค์ติดอยู่บนฝาบ้าน อันนี้ขอแนะนำว่าถ้าไม่อยากทำความสะอาด ก็จงหาผ้าลายสวยๆ (ผ้าปูที่นอนก็ได้) มาคลุมอะไรก็ตามที่มันไม่น่าดูไว้ก่อนที่จะถ่ายรูปนะคะ ภาพพจน์คุณจะดูดีขึ้นมาอย่างมาก

ข้อสุดท้ายเกี่ยวกับรูปคือ การนำรูปคนที่เป็นที่รู้จักในหมู่กว้างมาลง เช่นดารา นักร้อง ตัวการ์ตูน

รูปภาพต้องห้ามหมายเลข 8: username ของนิกกี้คือ
hotbodythaiboywantrichfalangmytelephonenumberis0897626788xxxbyebyeseeulater

เพื่ออะไรคะ ถึงกูจะหาผัวทางเน็ตแต่ก็ไม่ได้โง่ไร้สตินะคะ ยังไงนิกกี้กับโดม ปกรณ์ ลัม เค้าคงไม่มานั่งเล่นเว็บเกย์แบบนี้หรอกค่ะ (ถึงเค้าจะเล่น นึกหรอว่าจะเอารูปตัวเองมาลง ชิ) เอารูปเค้ามาลงอย่างงี้ ระวังโดนฟ้องนะมึง (อีเจ้าของบล็อคนี่แหล่ะจะโดนฟ้อง)

ข้อสุดท้ายที่ควรหลีกเลี่ยงคือการตั้ง username ที่โฆษณา (สะกดแบบนี้นะอีไนน์ จำไว้ดีๆ) คุณสมบัติ (ที่มักจะไม่มีอยู่จริง) ของตัวเอง เช่น ถ้าออกแนวแอ๊บแบ๊ว ก็จะเป็นพวก cutethaiguy82, sweetbkkboy23, thaihandsome99, hotthaiboi แนวหื่นๆ ก็จะเป็น thaicock69, asian_hole_4_u, bkkhotbody, wantsexnow, bkkbareback, asianhunk เป็นต้น ท้ายสุดพวกเพ้อเจ้อชวนฝันที่ชื่อจะออกแนว look4love, mylovelyprince43, beautifullife83 เป็นต้น ข้อนี้อิชั้นไม่มีอะไรแนะนำเพราะมึงจะใช้ชื่ออะไรก็เรื่องของเมิง แต่ถ้าชั้นเห็นชื่อประมาณว่า cutesweetboi ชั้นก็ข้ามไปดูคนอื่นแล้วล่ะ อย่างที่บอกว่า ถ้าของมันดีจริง โคสะนาก็ไม่จำเป็นฮ่ะ

จบข่าว งืมๆๆๆ

Thursday, March 15, 2007

ขนบไดอารี่

สมัยนี้ใครๆ เค้าก็เขียนบล็อค เขียนไดกันทั้งนั้น (ยกเว้นอีจ๋า ที่ร่ำๆ อยู่ได้ว่าอยากจะมี แต่ก็ไม่ทำซะที) พูดได้ว่าเป็นสิ่งที่วัยรุ่น (หรือวัยไม่ค่อยรุ่น) นั้นจะต้องมี ไม่งั้นจะโดนเพื่อนวีนว่าเป็นคนโลว เทค (เหมือนอีเอ๋ที่ต้องให้อีเจนด่าเช้าด่าเย็น ถึงจะยอมเขียนบล็อคได้) ไดอารี่ กับ บล็อค ไม่มีความแตกต่างอะไรเลย แล้วแต่คนจะเรียกและก็แล้วแต่เว็บที่โฮสต์จะเรียกบริการของตัวเองว่าเป็นไดอารี่ หรือเป็นบล็อค ที่เหมือนกันก็คือเป็นที่ที่เปิดโอกาสให้คนมาเม้าเรื่องของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องสนใจว่าจะมีคนรับฟัง (อ่าน) หรือไม่ (แต่จะคอยจิกเพื่อนๆ ญาติๆ ให้เข้าไปเม้นต์สร้างเรตติ้งอยู่บ่อยๆ) แหม คนเรามันชอบอยู่แล้วล่ะกับการได้พูดได้โปรโมทเรื่องของตัวเอง ได้ออกความเห็น เพราะใครก็คิดว่าตัวเองหน่ะมีดีทั้งนั้น จริงแมะ (ชั้นเองถึงมีบล็อคอยู่หลายอันไงล่ะ)

นึกไรไม่ออก ก็ชูสองนิ้วไว้ก่อน น่ารักดีเทอ

เอาล่ะ เข้าเรื่อง ขนบไดอารี่ คือ สิ่งที่นักไดอาริส หรือบล็อกเกอร์ส่วนใหญ่จะต้องถือปฏิบัติไม่งั้นจะถือว่าแปลกแยก แตกต่าง แล้วเพื่อนจะไม่คบ น้องตั้ม แอบล่ำในร่มผ้าเคยอภิปรายเรื่องนี้มาแล้วครั้งนึง แต่คราวนี้ดิชั้นขอลงรายละเอียดนิดนึงนะฮ่ะ เริ่มกันเลยที่ขนบอันดับหนึ่ง นั่นก็คือรูปภาพ (ที่ส่วนใหญ่จะถ่ายด้วยตัวเองจากกล้องในมือถือ) ที่นำมาพรีเซ้นตัวเองจะต้องเป็นรูปที่คนในภาพพยายามจะประดิษฐ์หน้าตาและ/หรือท่าทางให้น่ารักน่าเอ็นดู (อาการ “แอ๊บแบ๊ว”) ท่าที่ไม่เคยเสื่อมคลายความนิยมในหมู่ชนชาวเอเชียคือท่าชูสองนิ้ว (บางคนโลภมาก ก็จะทำกับมือทั้งสองข้างเลย กลายเป็นสี่นิ้ว) พร้อมกับทำตัวค่อมๆ ลงมา พอให้ผมปรกหน้า บางคนที่มีนิสัยค่อนข้างจะทะเล้น ก็จะนำสองนิ้วไปสวมหัวแกล้งเพื่อนที่ไม่รู้อิโหน่ อิเหน่ให้ได้ครื้นเครงกันพอเป็นกระษัย

ทำหน้าอินโนเซ้น งงๆ ทะลึ่งตึงตังเข้าไว้แล้วจะดีเอง
นอกจากการชูสองนิ้วแล้ว การจัดพอสซิชั่นหน้าตาให้น่ารักและเอ็นดู (แต่ทำไมทำไปทำมาแล้วดันเหมือนกะเทยเกาหลีไปซะได้) ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน การทำปากจู๋ๆ แสร้งทำท่าตกใจ หรี่ตาข้างนึง ทำหน้าไม่รับแขก (พยายามจะพรีเซ้นว่าตัวเองเป็น bad ass หรือ bitch แบบมี attitude นิดเนิง ทั้งๆ ที่เวลาอยู่บ้านชอบฟังพุซซี่แคท ดอลล์กับไอซ์ ศรันยู) หรือไม่ก็ถ่ายแบบโคลส อัพ ทำเป็นสีขาวดำ ทาอายไลน์เน่อส์จัดๆ แล้วมองกล้องแบบวีนๆ แสร้งว่าตัวเองนั้นมีพิษสงรอบตัว

น้องๆ ขา ดูชะนีในภาพนี้เป็นเยี่ยงอย่างนะคะ ไม่ต้องใช้สองนิ้วชูชัน (มีแต่สองเต้าที่ชันชู) ไม่ต้องมีการหรี่ตา เบิกตาโต หรือเอาผมปรกหน้าเหมือนผีจูออนแต่อย่างใด แต่ภาพก็ออกมาสวยราวกับหน้าปก FHM เลยทีเดียว

ขนบข้อต่อมาคือการใช้ภาษาและการสะกดคำ อาจจะเป็นเพราะว่ากูอายุมากขึ้นหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าการสะกดแบบผิดๆ (โดยตั้งใจ) มันทำให้คนอ่านอารมณ์ห่อเหี่ยว เสียวท้องน้อย (เสียวทำไมย่ะ) อันที่จริงๆ ผิดนิดๆ หน่อยๆ มันก็ไม่เป็นไรหรอกนะ เพราะว่าชั้นก็ทำ แต่ก็ทำเพราะว่าจะแทนเสียงให้ได้อารมณ์เหมือนกับเวลาที่คุยกับเพื่อน (เช่น เส่ะ ที่มาจาก สิ หนิ มาจาก นี่ เมิง มาจาก มึง เจงๆ ยังงายยยยย ทามมายยยยยยย อะไรประมาณนี้) แต่อย่างงี้ (ดูตัวอย่างข้างล่าง แล้วลองอ่านออกเสียงดู)

“…ถ้าเราม่ะทามอารายเลย… นั่นมันอาจจะจิงก้อดั้ยนะ เวลาเดินปัยส์เรื่อยๆแต่เราหยุดอยู่กับที่ มันก้อกลายเปงว่าเราเดินถอยหลังน่ะสิ… สู้เราทามอารายลงปัยส์นัยตอนนี้ดีก่า ถึงจะต้องมานั่งเสียจัยส์ที่มันพลาด… แต่ดีกว่าที่ม่ะดั้ยเรียนรุ้กับความผิดพลาด รุ้สึกขอบคุนครัยหลายคนที่ผ่านเข้ามานัยชีวิต ทั้งคนที่ทำดีกับเราและทำม่ะดีกับเรา… เทอรู้มั้ยว่าอารัยทำหั้ยชั้นคิดถึงเทอ…”

จะว่าไปน้องเค้าก็มีความคิดที่ดูเป็นผู้ใหญ่เหมือนกันนะ ถ้าอ่านเจาะเอาแต่เนื้อหา แต่เทอรู้สึกเหมือนชั้นแมะ ว่าเหมือนกำลังอ่านไดอารี่ของเด็กอมมือที่พูดยานคางไม่เป็นภาษาอยู่ แล้วทำไมต้องมี ส์ เพิ่มเข้ามาให้ มากมายรกหูรกตา อ่านแล้วกูเวียนเศียรเจงๆ ชั้นไม่รู้ว่าน้องคนนี้เค้าพูดแบบนี้จริงๆ หรือป่าวในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าพูดสงสัยมึงคงเป็นลูกเจ็กแล้วล่ะ ออกเสียง เป็น ว่า เปง อะ แล้วสระไอ สระ ใอ มันพิมพ์ยากมากเลยหรอ ถึงต้องแทนด้วย –ัย ลิ้นไก่สั้นหรือป่าวคะน้อง หรือเป็นช่องเพดานโหว่ คำที่น้องคนนี้เค้าพิมพ์ผิดเนี่ย มันไม่ได้เป็นคำที่พิมพ์ยากอะไรเลยนะ ไม่เหมือนคำว่า อังกฤษ ที่ยังพออนุโลมให้พิมพ์ว่า อังกิด (หรือ อังกริด) หรือโฆษณา เป็น โคสะนา อันนี้ชั้นสันนิษฐานว่ามาจากการแช็ต ที่ต้องใช้ภาษาให้ง่ายๆ สั้นๆ รวดเร็ว ไม่ต้องกด shift บ่อยๆ บางคำที่มีการยืดคำเช่น “หวาดดเด เทอชื่ออารายยย” เพื่อ “แอ๊บแบ๊ว” effects (แต่เจ่ว่ายิ่งทำแบบนี้มันก็จะยิ่งทำให้หนูๆ พิมพ์ช้าลงนะคะ) ทำให้อีกฝ่ายนึงคิดว่าฝ่ายที่พูดเป็นสาวบ๊องแบ๊ว สไตล์เกาหลี ญี่ปุ่น ตามที่ชายไทยส่วนใหญ่ใฝ่ฝันถึง พอทำบ่อยๆ เข้าก็ติดเป็นนิสัย กลายเป็นความเคยชิน วันนี้ขอทิ้งไว้แค่สองขนบก่อน ใครคิดอะไรออกก็กรุณาเม้นเสริมกันมาอย่างกว้างขวางนะคะ

ก่อนจาจากกันปัยส์ ยังงัยเก๊าะเม้นหั้ยเราด้วยน้าา ถ้าม่ายเม้นเราขอหั้ยเทอสอบโอเน็ต เอเน็ตม่ายผ่าน อดด้ายเปงนิสิตมหาลัยของรัดถะบานด้วยยย

ปล. หนิๆ มีใครบอกกูได้มั้ยว่า “งืมๆๆ” แปลว่าอะไร

Wednesday, March 14, 2007

หนิ บล็อคนี้ยังไม่ปิดนะยะ

สวัสดีค่ะ
ยังค่ะ ยัง...
ยังไม่ได้จะเข้ามาอัพเป็นเรื่องเป็นราว
เพียงแต่จะเข้ามาส่งข่าวว่า บล็อคภาษาแม่ของชั้นยังเปิดบริการอยู่นะคะ ยังไม่ได้ปิดตัวเพราะมัวแต่ไปอัพบล็อคภาษาฝร
ั่งดั่งข่าวลือ

ดี๋ยวกลับมาเขย่าวงการอีกครั้งแน่ๆ ค่ะ

รักคนอ่าน ม่านโลกีย์ รำไม่ดี โทษปี่โทษกลอง

ปล. ขอบคุณคุณก้องนะคะ ที่อุตส่าห์ตามอ่านกันมาอย่างสม่ำเสมอ

Tuesday, February 06, 2007

The Product of Silence

Photobucket - Video and Image Hosting

สวัสดีค่ะ มิตรรักนักอ่านทั้งหลาย หลังจากที่ซุ่มเตรียมการมานานพอสมควร (สามวัน) ตอนนี้ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวบล็อคภาคภาษาอังกฤษล้วนขึ้นมาเพื่อสนองความกำหนัดของตัวเอง บล็อคนี้จะเป็นที่ๆ ชั้นจะเอาพวกงานเขียนที่สะสมไว้มาลงให้ได้อ่านกัน นอกจากนั้นแล้วยังมีเรื่องราวต่างๆ มากมายที่จะนำมาเล่าเหมือนกับบล็อคภาคภาษาไทยนั่นแหล่ะ (แต่บล็อคนี้ก็ยังอัพอยู่นะ) ชั้นรู้ว่าส่วนใหญ่พวกแกโง่อ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ทั้งๆ ที่เรียนจบเอกอิ้งมา ยังไงก็ช่วยเข้าไปเม้นต์เป็นหน้าม้ากันหน่อยแล้วกัน ช่วงเปิดตัวยังไม่ค่อยมีแขก เม้นเป็นไทยก็ได้นะ แต่ถ้าอังกิดได้ก็จะเยี่ยม อะ ไม่พูดมากล่ะ ตามลิ้งค์นี้ไปกันเล้ยยยยย (bookmark ไว้ด้วยล่ะ)

THE PRODUCT OF SILENCE

Thursday, February 01, 2007

รีวิว รีวิว รีวิว ปลิวไปตามลม

สวัสดีค่ะ วันนี้ไม่ได้จะมาอัพ เรื่องน้ำหอมกลิ่น "เหงื่อในง่ามตูด" นะคะ อันนั้นขอแปะไว้ก่อน พอดีเมื่อวานชั้นได้รับเชิญให้ไปทัศนศึกษาและเยี่ยมชมหมู่มัจฉา ณ สยาม โอเชี่ยน เวิน เวลานัด 09:30 อิชั้นไปถึงสยามประมาณเก้าโมง เลยไปหาอะไรรองท้องรองไส้ก่อน แต่ก็นะ เช้าๆ แบบนี้แถวสยามจะมีอะไรให้ชั้นแดก MK ก็ยังไม่เปิด เท่าที่เห็นอยู่มีแมคโดนัลด์ที่พาราก้อน แต่อันนี้ขอบายฮ่ะ จั้งฟู้ดแต่เช้าเลย ไม่ได้นะคะ เดินวนไปวนมาอยู่ในสยามสักพัก ก็เจอร้านนึงชื่อว่า อะไรไม่รู้ แคนตั้นๆ ที่ร้านเค้าดูเก่าๆ จีนๆ อะ ยืนด้อมๆ มองๆ อยู่สักพัก พอแน่ใจว่ามีคนเค้านั่งกินกันอยู่จริงๆ ก็เข้าไปสั่ง บะหมี่เกี๊ยวแห้งเป็ดย่าง ของเค้าอร่อยใช้ได้ทีเดียว แต่ไม่อิ่มเลย อีเหี้ย ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยหาอะไรแดกเพิ่มเอา

ดูนาฬิกาตอนนี้เก้าโมงสิบแปด ควรจะเดินกลับไปพาราก้อนได้แล้ว ตอนแรกชั้นก็งงว่าห้างมันเปิดสิบโมงไม่ใช่หรอ ทำไมเค้านัดช้านเก้าครึ่ง พอไปถึงพาราก้อน ก็รู้ว่า บ่อปลาเค้าเปิดเก้าโมง ชั้นก็เดินสวยๆ ลงบันไดเลื่อนลงไป บรรยากาศราวกับดำดิ่งลงไปในใต้มหาสมุทรลึก พอลงไปถึงชั้นก็ภูมิใจมาก เพราะเป็นแขกคนแรกของวันนี้ เริ่ดจริงๆ ยืนรอสักพักก็มีคุณเจี๊ยบ ซึ่งเป็นคอมมิวนิเคชั่น แมเน็ดเจ้อ ของที่นี่ พาชั้นทัวร์ ชั้นชอบส่วนแรกที่เป็น เวี้ยด แอ่น วันเด้อฟูน มากที่สุด เพราะว่าไม่นึกว่าสัตว์น้ำบางชนิดหน้ามันจะเหี้ยได้มากขนาดนั้น สิ่งที่ชอบชั้นถัดลงมาคือ นางฟ้าทะเล และครอบครัวตัวนากหญ้า (ไม่ใช่ย่านาค) น่ารักมากๆๆๆๆๆ อยากจะทุบกระจกขโมยไปเลี้ยงที่บ้านซะเหลือเกิน

Photobucket - Video and Image Hosting
ปลาแปลกๆ เค้าก็มีให้ดู

ที่ไม่ค่อยประทับใจก็คือ อุโมงค์ใต้น้ำ แหม จะสร้างทั้งที มึงจะสร้างให้ยาวๆ กว่านี้หน่อยไม่ได้หรอยะ เดินตดไม่ทันหายเหม็น ก็หมดซะและ อีพวกฉลามก็เฉยๆ นะ ไม่เห็นน่าตื่นเต้นอะไรเลย อาจจะเป็นเพราะมันเอาแต่นอนขี้เกียจอยู่ คุณพี่ไกด์เค้าบอกว่ามันจะว่ายน้ำก็ต่อเมื่อเวลากินอาหารเท่านั้น เออ เจริญนะมึงเนี่ย ถ้าญาติพี่น้องมึงที่อ่าวไทยรู้เค้าคงอับอายขายขี้หน้าสปีชี่อื่นแน่ๆ นอกจากนั้นก็ไปนั่งเรือท้องกระจกกับกลุ่มเด็กนานาชาติอีกหลายสิบชีวิต เจี๊ยวจ๊าวมากๆ เลยฮ่ะ กูนั่งไปก็ต้องคอยจับกาบเรือให้มั่นคง เพราะกลัวว่าเรือมันจะพลิกคว่ำ เสร็จแล้วก่อนกลับไปนั่งดูหนังในโรง 4 มิติ ก็หนุกดี ทั้งโรงมีกูนั่งดูหัวโด่อยู่คนเดียว อีพนักงานมันมาแซวว่า “นี่ดูคนเดียว ระวังนะ” มึงหน่ะเส่ะต้องระวังกู แอ๊นนิเวย์ ชอบตอนที่เวลามีอะไรบินๆ ในหนัง ตรงที่นั่งมันก็จะมีเอฟเฟกออกมาทำให้รู้สึกเหมือนกับว่ามีตัวอะไรมาบินโฉบหัว ตอนน้ำพุ่ง ก็จะมีละอองน้ำออกมาพ่นใส่หน้า ช่างคิดนะยะหล่อน

11 โมงกว่าๆ ทัวร์เสร็จหมดแล้ว แต่ยังพอมีเวลาว่างเหลือ ทำอะไรดีนะ.... ขึ้นไปเดินเล่นชั้นบนดีกว่า ไม่น่าเชื่อว่าภายในเวลาไม่ถึง 20 นาทีอิชั้นได้เสื้อยืดมาตัวนึงกับรองเท้าหนังมาอีกคู่นึง ประทับใจตัวเองจริงๆ ที่สามารถแว่บไปช้อปปิ้งระหว่างเวลางานได้ แต่พาราก้อนมันร้ายกับชั้นเจงๆ

Photobucket - Video and Image Hosting
สื่อมวลชนมากมาย รุมถ่ายกระเป๋ากุชชี่

โอเค เกือบเที่ยงล่ะ ต้องรีบกลับไปออฟฟิศเพื่อไปรับเพื่อนร่วมงานชะนีฝรั่งไปงานเปิดตัว fashion consultant ที่เกษร งานมันมีตอนบ่ายหนึ่ง (แต่ก็เลทไปประมาณครึ่งชั่วโมงตามเวลาท้องถิ่นประเทศไทย) กูเผลอปล่อยความโง่ต่อหน้าฝรั่งชะนี เพราะเสือกพามันขึ้น BTS เลยไปป้ายนึง คำแก้ตัวของชั้นคือ “โทษทีนะยะหล่อน พอดีชั้นไม่ค่อยได้ขึ้น BTS” ในที่สุดชั้นก็มาถึงจนได้ คนก็เริ่มมานั่งรอกันแล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นสื่อมวลชนและคนในวงการแฟชั่นนั่นแหล่ะ มีทั้งคนในแวดวงแฟชั่นและไฮโซตัวจริง และพวก wannabe's and never-will-be's ชั้นกับนังฝรั่งหิวโซมากเพราะยังไม่ได้แดกข้าวเที่ยง ตอนเค้ามาเสริฟอาหาร พายุก็เกือบลง ที่ยังไม่ลงเต็มที่เพราะว่าอาหารที่เค้าเอามาเสิร์ฟมันมีน้อยมาก ประมาณชิ้นพอแดกหนึ่งคำ ถาดนึงก็มีอยู่ไม่กี่ชิ้น จะหยิบมากก็เกรงใจคนเสิร์ฟ ผลสรุปอิชั้นแดกปอเปี๊ยะทอดไปสองชิ้น ขนมอะไรไม่รูชิ้นเล็กๆ อีกสองชิ้น แต่นังฝรั่งนี่แดกพายุแคทริน่าลงมากๆ จนคนเสิร์ฟเวลาเค้าเดินผ่านมาทีไร ก็ต้องเดินมาถามฝรั่งเสมอว่า ยู ว๊อน ซัม ม้อ? ประมาณว่าคนอื่นเค้าไม่แดกกันแล้วนะ มึงนี่หยิบเอาๆ จะเอาไปทั้งถาดเลยมั้ยล่ะแม่คู้นนนน

Photobucket - Video and Image Hosting
เอาหลุยส์สักใบมั้ยคะ
เอาล่ะอย่านินทามันมากเลย เค้าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย งานจะเริ่มแล้ว เข็มรุจิรา เป็นพิธีกร ผิวสีน้ำผึ้งไหม้ คอ ขา เรียวระหงล่ะ ขอฟันธงว่าตัวจริงชีสวยมากฮ่ะ งานนี้อย่างที่บอกก็คือเปิดตัวผู้ช่วยช้อปปิ้งของห้างเกษร คือประมาณว่าเค้าจะพาเราไปเลือกชุด ลองเสื้อผ้าต่างๆ ให้เหมาะกับบุคลิกของเราและโอกาส ซึ่งชั้นคิดว่าเป็นความคิดที่ดี แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมาเปิดตัวทำไม ในเมื่อคนที่จะเข้ามาใช้บริการก็เป็นพวกไฮโซกันเองอยู่แล้ว น่าจะรู้กันอยู่ว่ามีบริการนี้ เอาล่ะขี้เกียจเล่า มาดูภาพประกอบเลยดีกว่า

Photobucket - Video and Image Hosting
อีเข็มยืนทำหน้าดำอยู่ทางด้านขวาสุด

Photobucket - Video and Image Hosting
ชั้นอยากได้ชุดนี้ สวยมากๆๆๆๆ (นางแบบหน้าคล้ายๆ อีวุ้นเลยอะ)
Photobucket - Video and Image Hosting
ชั้นไม่ต้องทำอะไรเลย นั่งอยู่เฉยๆ เหล่านางแบบ นายแบบก็เดินมาให้ชั้นถ่ายรูปใกล้ๆ ซะงั้น

Photobucket - Video and Image Hosting
ทำไมต้องจิกหน้าใส่กูด้วย

Photobucket - Video and Image Hosting


Photobucket - Video and Image Hosting

ตุ๊กแฟนบ๋วย หน้าสวยมาก นิสัยก็ดี เดินมาโพสต์ท่าให้ชั้นถ่ายรูปตลอดเลย

Photobucket - Video and Image Hosting
ปิดท้ายด้วยคุณพี่มาร์คหน้าใสกิ๊ง

จบข่าว

พรุ่งนี้มีรีวิว Food Hall ที่พาราก้อน
วันจันทร์จะได้รีวิวมือถือ Palm Treo (รีวิวเฉยๆ เค้าไม่ได้ให้ไปเลย)

งานท่วมหัวเอาตัวรอด (ไปวันๆ)

Tuesday, January 23, 2007

Perfume: สัมผัสกลิ่นฆาตกรรม กับปริศนาน้ำหอมนังตุ๊ด

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อิชั้นได้มีโอกาสไปเที่ยวเล่นดูหนังกับเหล่าชะนีสาว กราวกีฬา แถวๆ สยาม เหล่าชะนีดังกล่าวประกอบไปด้วยแม่สาวฝีตีนซัลซ่า ขี้ข้านายฝรั่งขี้นก (ไม่มีลิ้งค์ให้เพราะว่ามันไม่มีบล็อค โง่นักล่ะ) และแม่สาวนักแปลที่ภายนอกดูเรียบร้อยและเหมือนจะเรียนไม่จบโท (หัวเราะทำไม ชั้นไม่ได้พูดเล่นนะยะ)

Photobucket - Video and Image Hosting
Perfume: สัมผัสกลิ่นฆาตกรรม กับปริศนาน้ำหอมนังตุ๊ด
ภาพยนตร์
(หรือที่ เดน คุก เค้าเรียกว่า cinematic adventure) ที่เราชมกันนั้นคือเรื่อง Perfume: The Story of a Murderer นั่นเอง สรุปแล้วชั้นชอบหนังเรื่องนี้ เพราะภาพสวย (โดยเฉพาะตอนเซ็กส์หมู่) มุมกล้องเยี่ยม พระเอกเล่นเก่ง (หน้าโรคจิตมาก ทำเอาชั้นถึงจุดสุดยอดไปหลายครั้ง) แอ๊นนิเวย์ วันนี้ชั้นจะไม่พูดเรื่องหนัง เพราะชะนีหวานเย็นได้พูดถึงหนังเรื่องนี้ไว้แล้วในบล็อคของชี
แต่โพสต์ของวันนี้อิชั้นก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวหนังเรื่องนี้แหล่ะ ชั้นจะมารีวิวน้ำหอม (เล่นง่ายๆ แบบนี้ล่ะ แต่ถึงจะง่ายยังไง ชั้นก็ไม่มักง่ายเท่าอีไนน์ ที่มันก๊อบเอาบทสนทนาจาก msn ไปอัพเป็นบล็อคเชิ้บๆ หลอกคนอ่านซะอย่างงั้น)

Photobucket - Video and Image Hosting
Jean-Baptiste Grenouille, viens ici! พระเอกของเรื่อง หน้าจิตๆ เถื่อนๆ เซ็กส์ๆ แบบนี้ ชั้นยอมทุกอย่างงงงงง

Photobucket - Video and Image Hosting
Bienvenue dans ma Parfumerie อะ แร่ดเข้ามา ยินดีต้อนรับเข้าสู่ร้านน้ำหอมของช้านนนนน

เปิดซิงกันด้วย CK Be น้องสาวของ CK One อีกหนึ่งน้ำหอมจำพวก unisex ที่ไม่ว่าเพศไหนก็ใช้ได้เชิ้บๆ อิชั้นใช้มาตั้งแต่นมยังไม่ตั้งเต้า จนตอนนี้เต้าเหี่ยว กลายเป็นกลิ่น signature ของตัวเองไปโดยปริยาย ขวดที่ใช้อยู่ตอนนี้รู้สึกจะเป็นขวดที่สามแล้ว ชอบ print ad ของมันมาก เพราะเท่สัดๆ แต่คาดว่าถ้าขวดนี้หมดแล้ว (ในเร็วๆ นี้) ชั้นคงไม่ซื้อกลิ่นนี้อีก เพราะว่าเบื่อฮ่ะ

Photobucket - Video and Image Hosting


สิ่งที่น่าจดจำ
ขวดค่ะ ขวด pure minimalism มากๆ ไม่ต้องหวือหวาอะไรมากมาย ไม่ต้องอุตส่าห์เอาสร้อยเพชร (ปลอม) มาห้อยระโยงระยางเป็นลิเก (เหมือนขวดน้ำหอมของ เจโล กะบริทนี่ย์) ก็สวยสง่า มีราศี ขวดสีดำขลับ แลดูลึกลับน่าค้นหาทีเดียวกลิ่นค่ะ กลิ่น อ่อนโยน โดนใจมากๆ ติดตัวนานตลอดวัน ใครได้กลิ่นก็อยากจะเข้ามาสวมกอด ยิ่งผสมกับกลิ่นเหงื่อด้วยแล้ว โอ้โห หมาติดสัดยังทนไม่ได้ ต้องวิ่งรี่มากะเด้าๆ ขาอยู่ร่ำไป

สิ่งที่น่าลืมเลือน
ไม่มีค่ะ ใครมันจะลืมกลิ่นแบบนี้ได้บ้างล่ะคะคุณ

คำพิพากษาจากคนรอบข้าง
“กลิ่นเหมือนคนอินเดียมีการศึกษา”
ก็แน่ล่ะสิ เพราะมันมีกลิ่นเครื่องเทศ กับ sandalwood เป็น middle notes กับ base notes

กลิ่นนี้เหมาะกับ
o
กลุ่มคนสับสนทางเพศ เพราะกลิ่นจะอยู่กลางๆ ไม่เอนเอียงไปทางชะนีหรือผู้ชายมากจนเกินไป
o คนที่จะไปเรียนต่ออังกฤษ (เพราะอินเดียที่โน่นเยอะ จะได้ blend in)
o คนที่ไม่ชอบน้ำหอมกลิ่นแรงๆ แต่อยากให้กลิ่นติดตัวไปตลอดทั้งวัน อิชั้นแนะนำตัวนี้นะคะ

โปรดติดตามตอนต่อไป มารอดูกันสิว่า น้ำหอมกลิ่นไหน ของยี่ห้ออะไร ทีมีคนให้ความเห็นว่า กลิ่นหอมเย้ายวนเหมือนกลิ่น "เหงื่อในง่ามตูด"