Wednesday, March 28, 2007

หวานเย็นร้ายกับชั้นมาก

ไม่รู้เป็นไร อยู่ๆ ก็เกิดอาการเซอร์แดก Francesco Petrarca เข้าสิืงขึ้นมา อยากจะเป็นนักกวีซอนเน็ต (sonnet คือกลอน 14 บรรทัด มีการบังคับสัมผัสและพยางค์มากมาย) ด้วยความที่ตัวเองไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเรื่องบทกลอน (หรือเรื่องใดๆ เลย) ชั้นจึงไปปรึกษาตัวแม่่ ตัวแม่บอกว่าการที่คนเราจะเขียนกลอนได้นั้นต้องเป็นทุกข์ซะก่อน อะข้อนี้ checked เพราะชั้นก็เป็นทุกข์มากอยู่พอสมควร (เออ ก็เรื่องผู้ชายหน่ะเส่ะ) แล้วชั้นก็บอกหวานเย็นไปว่า
ชั้นไม่ถนัดเขียนกลอน เพราะรู้สึกว่ามันยาก แล้วก็มีข้อจำกัดมากมาย เช่น ต้องมีสัมผัส คล้องจอง ตอง ภครมัย ต้องมีระเบียบแบบแผน แดน ดีทูบี ซึ่งชั้นคิดว่าเอาเวลานั่งหาคำที่จะมาสัมผัสไปแต่ง prose หรือร้อยแก้ว แซวกะหรี่ ยังจะได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากกว่า แล้วนังหวานเย็นเงียบไป ชั้นก็นึกว่าคงจะหมด power of persuasion ซะแล้ว แต่ไม่ค่ะ นักเรียนทุนตัวแม่ซะอย่าง มีหรือจะยอม ชี (เอ๊ะ หรือจะใช้โพรนาวว่า ฮี ดี) เด้งกลับขึ้นมาใน MSN พร้อมกับกลอนซอนเน็ตหนึ่งบท ซึ่ง addressed ถึงชั้นโดยเฉพาะ แถมชียังเอาชื่อ MSN ของชั้นไปใช้ในกลอนของหล่อนซะด้วย (บรรทัดที่สองอะค่ะ)

เอาล่ะ มาดูความร้ายของชีกันเลยดีกว่า...

Can we taste the bitter from the sweet,
Sip sour sips from life's lush lips,
Stand where heaven and hell meet,
Laugh and cry, roll and flip,
while retaining, still, our sanity?
Love, hate, rush and wait,
Being stung while kissing bees?
I'm not sure if I'll lose my head-
After writing the damn sonnet,
which gives both pleasure in the pain,
of finding a perfect couplet,
to end with and start over again:
Life's a paradox of sun and moon,
There, Chanun, you're making me croon.

เท่านั้นยังไม่พอ ชีบังคับให้ชั้นไปเขียนซอนเน็ตตอบโต้แล้วเอามาลงบล็อคให้เป็นที่ประจักษ์กันโดยทั่ว หลังจากที่ชั้นอุทิศเวลา (ทำงาน) สามวันเต็มๆ ให้กับการเขียนซอนเน็ตบทแรกในชีวิต ผลลัพธ์ที่ได้ปรากฏอยู่เบื้องล่างนี้แล้ว

Oh, Varitta, how eloquently you speak of la vérité,
There's so much truth de la vie in your question,
How one sometimes yields to la insanité,
And not to mention the good ol' temptation,
You say, love, hate, rush and wait, I say,
The last two should've been lust and smut,
No matter if you're straight, taken, or gay,
'Know thyself', said Socretes, is a must"
Thanks to you, Varitta, for I'm starting to enjoy sonnet,
Ab-ab, cd-cd, look, I'm halfway through ef-ef!
What's left now, I fear, is a kick-ass couplet,
While Beyonce's belting out, "To the left, to the left"
Shit, I think we're getting stuck here, Varitta;
Tell me! Shall we sink ourselves in Sangsom, or Sambuca?

ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่บางสัมผัสอาจจะดู forced ไปหน่อย หรือพยางค์ในบางบรรทัดอาจจะน้อยหรือมากเกินไป ให้อภัยชั้นถอะค่ะ แต่จะว่าไปก็สนุกดีนะ มันสนุกตรงได้หาคำมาให้มันคล้องกัน แล้วข้อจำกัดทำให้มันท้าทาย
ก่อนจากกันไป ขอได้รับความขอบคุณจาก คุณวริตตา for you have Woolfed me big time...

เปรี้ยวปากวุ้ย

Friday, March 16, 2007

สิ่งต้องห้ามในการทำ profle หาคู่ทางอินเตอร์เน็ต

คราวที่แล้วพูดถึงเรื่องขนบไดอารี่ไป มาวันนี้อยากจะหยิบยกประเด็นเรื่องของการหาคู่ในอินเตอร์เน็ต (จะคู่นอน คู่ขา คู่ชีวิต หรืออะไรก็แล้วแต่) ด้วยประสบการณ์ที่ผู้เขียนสั่งสมมาตั้งแต่เมื่อครั้งแตกเนื้อสาว ดิชั้นได้ตระเวนใช้บริการเว็บประเภทนี้มาเกือบหมดทั้ง World Wide Web แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทุกคนต้องเคยใช้บริการเว็บพวกนี้อย่างน้อยก็คนละครั้งสองครั้ง ส่วนใหญ่ไซต์พวกนี้ก็จะมีฟังชั่นคล้ายๆ กัน เช่นการลงรูป ทำ profile ของเรา เพื่อดึงดูดทั้งเพศตรงข้ามและเพศฝั่งเดียวกัน ฟังชั่นส่งข้อความ ฟังชั่นแช๊ต (ยังจำ bangkokchat เว็บแช็ตซ่องสุมกะหรี่สมัครเล่นกันได้มั้ย ชั้นเคยปลอมตัวเป็นชะนี ไปแช็ตหลอกฝรั่งขี้เงี่ยนมาแล้ว ไม่เชื่อถามอีเปิ้ลสิ) อันนี้ก็แล้วแต่ความ sophisticated ของเว็บแต่ละเว็บ ด้วยความที่อิชั้นได้เคยลองผิดลองถูกกับบริการพวกนี้มาแล้วมากพอสมควร (ทั้งที่ทำผิดเองและจากที่สังเกตเห็นจากคนอื่น) จึงอยากจะพ้อยเอ้าท์ิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติในการทำ profile ในเว็บหาคู่ (เตือนไว้ก่อนว่า ข้อสังเกตส่วนใหญ่นี้ได้มากจากเว็บหาคู่เกย์ แต่บางข้อก็สามารถนำไปปรับใช้กับเว็บชายจริงหญิงแท้ได้เช่นกัน) ส่วนใหญ่จะมาตกม้าตายกันตรงรูปภาพหลัก (ที่เรียกว่า default photo) อะ เริ่มกันที่ข้อแรกเลยแล้วกัน

เอารูปถ่ายติดบัตรหรือที่ถ่ายอย่างเป็นทางการมาลงในโพรไฟล์

รูปภาพต้องห้ามหมายเลข 1

โอเค ใครสั่งใครสอนให้ทำแบบนี้คะ นี่จะมาหาผู้ชายนะคะ ไม่ใช่มาลงสมัครรับเลือกตั้งประธานชมรมหมากรุก บางคนแย่ไปกว่านั้น เพราะสิ้นคิดถึงขนาดที่เอารูปที่ใส่ชุดครุยมาลง โว้วววว กูไม่ได้อยากจะรู้ว่ามึงจบอะไร จากที่ไหนมา แค่อยากจะดูหนังหน้ามึงแค่นั้นแหล่ะ คุณๆ ขา ลงทุนหน่อยเหอะคะ เพื่อผลประโยชน์ของตัวคุณเองในระยะยาว อย่ามักง่ายเลย ไปยืมกล้องหรือไหว้วานให้เพื่อนมาถ่ายให้ก็ได้ แต่ถ้าไม่มีเพื่อน ก็ใช้มือถือนั่นแหล่ะคะ ถ่ายรูปตัวเอง ถ้ายังหารูปดีๆ ไม่ได้ ก็อย่าเพิ่งเอารีบเอาลงเลยค่ะคุณ รูปทางการแบบนี้ดูแล้วมันห่อเหี่ยว เก็บเอาไว้ไปใช้สมัครงานเถอะนะคะ อิชั้นขอร้องงงงง

ลงรูปที่ถ่ายตัวเองกำลังถ่ายรูปตัวเองอยู่ (เข้าใจที่ชั้นพูดใช่มั้ยคะ)

รูปภาพต้องห้ามหมายเลข 2: ใครเป็นคนต้นคิดท่าโพสแบบนี้วะเนี่ยยยยยย
พูดได้ว่า 80% ของโพรไฟล์ที่ชั้นประสบพบมา มักจะมีรูปตัวเองกำลังถ่ายรูปตัวเองอยู่ กล้องที่ใช้อาจจะเป็นกล้องดิจิทัล หรือไม่ก็กล้องจากมือถือ แล้วพร็อพที่ขาดไม่ได้เลยคือกระจกในห้องน้ำ เพราะสามารถถ่ายแบบเอ็กซ์ๆ ได้โดยไม่ต้องเกรงใจใคร รูปลักษณะนี้ถือว่าขาดความคิดสร้างสรรค์อย่างให้อภัยไม่ได้ แต่เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่า เปอเซ็นต์การใช้รูปแบบนี้ตอนนี้ลดลงมากพอสมควร

รูปที่ทำหน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดูหรือพยายามทำเซ็กซี่มากจนเกินพอดี

รูปภาพต้องห้ามหมายเลข 3
เกร็ดน่ารู้: กะเทยในภาพตอนนี้ี้ได้ไปขุดทอง (หรือแจกทอง) ไกลถึงเมืองเบียร์โน่นนะค้าาาาา
ประเด็นนี้แนวๆ เดียวกันกับเอนทรี่ที่แล้ว (คลิกกลับไปอ่านเดี๋ยวนี้นะ!) ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะคนเราจะดูน่ารัก ไม่จำเป็นต้องทำหน้าให้มันน่ารักนะคะ แอ๊บแบ๊วแะกะเทยหัวโปกทั้งหลายจงจำไว้ คริ คริ

เอารูปที่ถ่ายกะฝูงเพื่อนมาลง

รูปภาพต้องห้ามหมายเลข 4

อีดอก แล้วกูจะรู้มั้ย ว่าเจ้าของโพรไฟล์นี่มันคนไหน ถ้าเกิดกูไม่ชอบหน้ามึง แต่ไปชอบเพื่อนมึง มึงจะยอมติดต่อเพื่อนมึงให้กูมั้ยล่ะอีสัด ใจเย็นค่ะเจ้า
ของบล็อค จริงๆ แล้วทางแก้ของปัญหานี้ไม่ยากเลย เก๊าะทำลูกศรชี้สิคะว่าคนไหนเป็นที่ต้องการหาคู่ (เหมือนในรูปข้างบนนี้) ไม่ก็เขียนกำกับว่าใส่เสื้อสีอะไรและกำลังทำอะไรอยู่ในรูป แต่ก็นะ โพรไฟล์ของมึงเอง จะเอาคนอื่นที่เค้าไม่เกี่ยวอะไรด้วยมาลงทามมายยยยยยยย ไม่กลัวโดนแย่งซีนหรอคะ

ข้อนี้สืบเนื่องจากข้อที่แล้ว บางคนถึงไม่เอารูปที่ถ่ายกะเพื่อนฝูงมาลงก็จริง แต่เห็นได้ชัดเจนเลยว่า crop คนอื่นในรูปออกไปอย่างไม่แนบเนียน

รูปภาพต้องห้ามหมายเลข 5: ตัวอย่างนี้เหี้ยมากค่ะ ไม่ทราบว่าอันนี้ใช้อะไำรคร๊อปรูปคะ กรรไกรตัดเล็บหรือป่าว เพราะยังเห็นทั้งตาเพื่อน โหนกแก้มเพื่อน ต้นแขนเืพื่อนและซองทวิสตี้ได้อย่างชัดเจนมาก ไม่ผ่านค่ะ!

ประมาณว่ายังเห็นมือของอีเพื่อนที่โดนตัดหัวตัดตัวไปแล้วเกาะอยู่บนไหล่ของเจ้าของโพรไฟล์อยู่เลย เห็นแล้วสยองค่ะ ทางที่ดีไป photoshop แก้ไขให้มันดีซะก่อน ไม่งั้นก็เปลี่ยนเอารูปเดี่ยวลงซะเลยจะฉลาดกว่ามั้ยคะคุณ

ต่อมาคือการถ่ายรูปแบบ "ผักชีโรยหน้า"

รูปภาพต้องห้ามหมายเลข 6

อันนี้คาดตาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องโบกหน้าใหชีเลยเพราะตาหล่อนเบิกโตมาก จะว่าไปบ้านเค้าถือว่าไม่ค่อยรกเท่าไหร่นะ ยังพอให้อภัยได้ แต่เธอเห็นอย่างที่ชั้นเห็นมั้ย... ชั้นเห็นเข่งบรรจุอะไรก็ไม่รู้อยูู่้ตรงกระได

รูปภาพต้องห้ามหมายเลข 7

โอเค หน้าตา ท่าทางชั้นให้ผ่านแล้วกัน ฉากหลังอันนี้ไม่รกนะ แต่ออกแนวสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม พรั่งพร้อมไปด้วยประตูที่ผุผังและราวตากผ้าที่ดัดแปลงมาจากสายไฟเก่าๆ

คือใจหล่อนมันก็มัวแต่ห่วงแต่จะเบ่งตาให้โต ทำหน้าให้มันดูน่ารักเข้าไว้อะนะ แต่ไม่ได้ดูฉากหลังเล้ยยยว่ามันสลัมบอมเบย์ บ้านรกโสมมขนาดไหน บางคนเสื้อผ้า หม้อข้าวจานชามกองพะเทินเทินทึกกันอยู่ข้างหลัง บางคนฉากหลังเป็นพัดลมฝุ่นเกาะ ตู้เสื้อผ้าแบบผ้าพลาสติกรูดซิบ (!?) พร้อมกับโปสเตอร์รูปกอล์ฟไมค์ติดอยู่บนฝาบ้าน อันนี้ขอแนะนำว่าถ้าไม่อยากทำความสะอาด ก็จงหาผ้าลายสวยๆ (ผ้าปูที่นอนก็ได้) มาคลุมอะไรก็ตามที่มันไม่น่าดูไว้ก่อนที่จะถ่ายรูปนะคะ ภาพพจน์คุณจะดูดีขึ้นมาอย่างมาก

ข้อสุดท้ายเกี่ยวกับรูปคือ การนำรูปคนที่เป็นที่รู้จักในหมู่กว้างมาลง เช่นดารา นักร้อง ตัวการ์ตูน

รูปภาพต้องห้ามหมายเลข 8: username ของนิกกี้คือ
hotbodythaiboywantrichfalangmytelephonenumberis0897626788xxxbyebyeseeulater

เพื่ออะไรคะ ถึงกูจะหาผัวทางเน็ตแต่ก็ไม่ได้โง่ไร้สตินะคะ ยังไงนิกกี้กับโดม ปกรณ์ ลัม เค้าคงไม่มานั่งเล่นเว็บเกย์แบบนี้หรอกค่ะ (ถึงเค้าจะเล่น นึกหรอว่าจะเอารูปตัวเองมาลง ชิ) เอารูปเค้ามาลงอย่างงี้ ระวังโดนฟ้องนะมึง (อีเจ้าของบล็อคนี่แหล่ะจะโดนฟ้อง)

ข้อสุดท้ายที่ควรหลีกเลี่ยงคือการตั้ง username ที่โฆษณา (สะกดแบบนี้นะอีไนน์ จำไว้ดีๆ) คุณสมบัติ (ที่มักจะไม่มีอยู่จริง) ของตัวเอง เช่น ถ้าออกแนวแอ๊บแบ๊ว ก็จะเป็นพวก cutethaiguy82, sweetbkkboy23, thaihandsome99, hotthaiboi แนวหื่นๆ ก็จะเป็น thaicock69, asian_hole_4_u, bkkhotbody, wantsexnow, bkkbareback, asianhunk เป็นต้น ท้ายสุดพวกเพ้อเจ้อชวนฝันที่ชื่อจะออกแนว look4love, mylovelyprince43, beautifullife83 เป็นต้น ข้อนี้อิชั้นไม่มีอะไรแนะนำเพราะมึงจะใช้ชื่ออะไรก็เรื่องของเมิง แต่ถ้าชั้นเห็นชื่อประมาณว่า cutesweetboi ชั้นก็ข้ามไปดูคนอื่นแล้วล่ะ อย่างที่บอกว่า ถ้าของมันดีจริง โคสะนาก็ไม่จำเป็นฮ่ะ

จบข่าว งืมๆๆๆ

Thursday, March 15, 2007

ขนบไดอารี่

สมัยนี้ใครๆ เค้าก็เขียนบล็อค เขียนไดกันทั้งนั้น (ยกเว้นอีจ๋า ที่ร่ำๆ อยู่ได้ว่าอยากจะมี แต่ก็ไม่ทำซะที) พูดได้ว่าเป็นสิ่งที่วัยรุ่น (หรือวัยไม่ค่อยรุ่น) นั้นจะต้องมี ไม่งั้นจะโดนเพื่อนวีนว่าเป็นคนโลว เทค (เหมือนอีเอ๋ที่ต้องให้อีเจนด่าเช้าด่าเย็น ถึงจะยอมเขียนบล็อคได้) ไดอารี่ กับ บล็อค ไม่มีความแตกต่างอะไรเลย แล้วแต่คนจะเรียกและก็แล้วแต่เว็บที่โฮสต์จะเรียกบริการของตัวเองว่าเป็นไดอารี่ หรือเป็นบล็อค ที่เหมือนกันก็คือเป็นที่ที่เปิดโอกาสให้คนมาเม้าเรื่องของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องสนใจว่าจะมีคนรับฟัง (อ่าน) หรือไม่ (แต่จะคอยจิกเพื่อนๆ ญาติๆ ให้เข้าไปเม้นต์สร้างเรตติ้งอยู่บ่อยๆ) แหม คนเรามันชอบอยู่แล้วล่ะกับการได้พูดได้โปรโมทเรื่องของตัวเอง ได้ออกความเห็น เพราะใครก็คิดว่าตัวเองหน่ะมีดีทั้งนั้น จริงแมะ (ชั้นเองถึงมีบล็อคอยู่หลายอันไงล่ะ)

นึกไรไม่ออก ก็ชูสองนิ้วไว้ก่อน น่ารักดีเทอ

เอาล่ะ เข้าเรื่อง ขนบไดอารี่ คือ สิ่งที่นักไดอาริส หรือบล็อกเกอร์ส่วนใหญ่จะต้องถือปฏิบัติไม่งั้นจะถือว่าแปลกแยก แตกต่าง แล้วเพื่อนจะไม่คบ น้องตั้ม แอบล่ำในร่มผ้าเคยอภิปรายเรื่องนี้มาแล้วครั้งนึง แต่คราวนี้ดิชั้นขอลงรายละเอียดนิดนึงนะฮ่ะ เริ่มกันเลยที่ขนบอันดับหนึ่ง นั่นก็คือรูปภาพ (ที่ส่วนใหญ่จะถ่ายด้วยตัวเองจากกล้องในมือถือ) ที่นำมาพรีเซ้นตัวเองจะต้องเป็นรูปที่คนในภาพพยายามจะประดิษฐ์หน้าตาและ/หรือท่าทางให้น่ารักน่าเอ็นดู (อาการ “แอ๊บแบ๊ว”) ท่าที่ไม่เคยเสื่อมคลายความนิยมในหมู่ชนชาวเอเชียคือท่าชูสองนิ้ว (บางคนโลภมาก ก็จะทำกับมือทั้งสองข้างเลย กลายเป็นสี่นิ้ว) พร้อมกับทำตัวค่อมๆ ลงมา พอให้ผมปรกหน้า บางคนที่มีนิสัยค่อนข้างจะทะเล้น ก็จะนำสองนิ้วไปสวมหัวแกล้งเพื่อนที่ไม่รู้อิโหน่ อิเหน่ให้ได้ครื้นเครงกันพอเป็นกระษัย

ทำหน้าอินโนเซ้น งงๆ ทะลึ่งตึงตังเข้าไว้แล้วจะดีเอง
นอกจากการชูสองนิ้วแล้ว การจัดพอสซิชั่นหน้าตาให้น่ารักและเอ็นดู (แต่ทำไมทำไปทำมาแล้วดันเหมือนกะเทยเกาหลีไปซะได้) ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน การทำปากจู๋ๆ แสร้งทำท่าตกใจ หรี่ตาข้างนึง ทำหน้าไม่รับแขก (พยายามจะพรีเซ้นว่าตัวเองเป็น bad ass หรือ bitch แบบมี attitude นิดเนิง ทั้งๆ ที่เวลาอยู่บ้านชอบฟังพุซซี่แคท ดอลล์กับไอซ์ ศรันยู) หรือไม่ก็ถ่ายแบบโคลส อัพ ทำเป็นสีขาวดำ ทาอายไลน์เน่อส์จัดๆ แล้วมองกล้องแบบวีนๆ แสร้งว่าตัวเองนั้นมีพิษสงรอบตัว

น้องๆ ขา ดูชะนีในภาพนี้เป็นเยี่ยงอย่างนะคะ ไม่ต้องใช้สองนิ้วชูชัน (มีแต่สองเต้าที่ชันชู) ไม่ต้องมีการหรี่ตา เบิกตาโต หรือเอาผมปรกหน้าเหมือนผีจูออนแต่อย่างใด แต่ภาพก็ออกมาสวยราวกับหน้าปก FHM เลยทีเดียว

ขนบข้อต่อมาคือการใช้ภาษาและการสะกดคำ อาจจะเป็นเพราะว่ากูอายุมากขึ้นหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าการสะกดแบบผิดๆ (โดยตั้งใจ) มันทำให้คนอ่านอารมณ์ห่อเหี่ยว เสียวท้องน้อย (เสียวทำไมย่ะ) อันที่จริงๆ ผิดนิดๆ หน่อยๆ มันก็ไม่เป็นไรหรอกนะ เพราะว่าชั้นก็ทำ แต่ก็ทำเพราะว่าจะแทนเสียงให้ได้อารมณ์เหมือนกับเวลาที่คุยกับเพื่อน (เช่น เส่ะ ที่มาจาก สิ หนิ มาจาก นี่ เมิง มาจาก มึง เจงๆ ยังงายยยยย ทามมายยยยยยย อะไรประมาณนี้) แต่อย่างงี้ (ดูตัวอย่างข้างล่าง แล้วลองอ่านออกเสียงดู)

“…ถ้าเราม่ะทามอารายเลย… นั่นมันอาจจะจิงก้อดั้ยนะ เวลาเดินปัยส์เรื่อยๆแต่เราหยุดอยู่กับที่ มันก้อกลายเปงว่าเราเดินถอยหลังน่ะสิ… สู้เราทามอารายลงปัยส์นัยตอนนี้ดีก่า ถึงจะต้องมานั่งเสียจัยส์ที่มันพลาด… แต่ดีกว่าที่ม่ะดั้ยเรียนรุ้กับความผิดพลาด รุ้สึกขอบคุนครัยหลายคนที่ผ่านเข้ามานัยชีวิต ทั้งคนที่ทำดีกับเราและทำม่ะดีกับเรา… เทอรู้มั้ยว่าอารัยทำหั้ยชั้นคิดถึงเทอ…”

จะว่าไปน้องเค้าก็มีความคิดที่ดูเป็นผู้ใหญ่เหมือนกันนะ ถ้าอ่านเจาะเอาแต่เนื้อหา แต่เทอรู้สึกเหมือนชั้นแมะ ว่าเหมือนกำลังอ่านไดอารี่ของเด็กอมมือที่พูดยานคางไม่เป็นภาษาอยู่ แล้วทำไมต้องมี ส์ เพิ่มเข้ามาให้ มากมายรกหูรกตา อ่านแล้วกูเวียนเศียรเจงๆ ชั้นไม่รู้ว่าน้องคนนี้เค้าพูดแบบนี้จริงๆ หรือป่าวในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าพูดสงสัยมึงคงเป็นลูกเจ็กแล้วล่ะ ออกเสียง เป็น ว่า เปง อะ แล้วสระไอ สระ ใอ มันพิมพ์ยากมากเลยหรอ ถึงต้องแทนด้วย –ัย ลิ้นไก่สั้นหรือป่าวคะน้อง หรือเป็นช่องเพดานโหว่ คำที่น้องคนนี้เค้าพิมพ์ผิดเนี่ย มันไม่ได้เป็นคำที่พิมพ์ยากอะไรเลยนะ ไม่เหมือนคำว่า อังกฤษ ที่ยังพออนุโลมให้พิมพ์ว่า อังกิด (หรือ อังกริด) หรือโฆษณา เป็น โคสะนา อันนี้ชั้นสันนิษฐานว่ามาจากการแช็ต ที่ต้องใช้ภาษาให้ง่ายๆ สั้นๆ รวดเร็ว ไม่ต้องกด shift บ่อยๆ บางคำที่มีการยืดคำเช่น “หวาดดเด เทอชื่ออารายยย” เพื่อ “แอ๊บแบ๊ว” effects (แต่เจ่ว่ายิ่งทำแบบนี้มันก็จะยิ่งทำให้หนูๆ พิมพ์ช้าลงนะคะ) ทำให้อีกฝ่ายนึงคิดว่าฝ่ายที่พูดเป็นสาวบ๊องแบ๊ว สไตล์เกาหลี ญี่ปุ่น ตามที่ชายไทยส่วนใหญ่ใฝ่ฝันถึง พอทำบ่อยๆ เข้าก็ติดเป็นนิสัย กลายเป็นความเคยชิน วันนี้ขอทิ้งไว้แค่สองขนบก่อน ใครคิดอะไรออกก็กรุณาเม้นเสริมกันมาอย่างกว้างขวางนะคะ

ก่อนจาจากกันปัยส์ ยังงัยเก๊าะเม้นหั้ยเราด้วยน้าา ถ้าม่ายเม้นเราขอหั้ยเทอสอบโอเน็ต เอเน็ตม่ายผ่าน อดด้ายเปงนิสิตมหาลัยของรัดถะบานด้วยยย

ปล. หนิๆ มีใครบอกกูได้มั้ยว่า “งืมๆๆ” แปลว่าอะไร

Wednesday, March 14, 2007

หนิ บล็อคนี้ยังไม่ปิดนะยะ

สวัสดีค่ะ
ยังค่ะ ยัง...
ยังไม่ได้จะเข้ามาอัพเป็นเรื่องเป็นราว
เพียงแต่จะเข้ามาส่งข่าวว่า บล็อคภาษาแม่ของชั้นยังเปิดบริการอยู่นะคะ ยังไม่ได้ปิดตัวเพราะมัวแต่ไปอัพบล็อคภาษาฝร
ั่งดั่งข่าวลือ

ดี๋ยวกลับมาเขย่าวงการอีกครั้งแน่ๆ ค่ะ

รักคนอ่าน ม่านโลกีย์ รำไม่ดี โทษปี่โทษกลอง

ปล. ขอบคุณคุณก้องนะคะ ที่อุตส่าห์ตามอ่านกันมาอย่างสม่ำเสมอ